2012/Jan/24

ว่าจะอัพตั้งแต่เมื่อวาน....แต่ลืม....อย่างน้อยก็ยังไม่พ้นเทศกาลนี้นะ ^^'
ร้านนี้ไปมานานแล้วล่ะ แต่หาเรื่องอัพบลอคให้เข้ากับเทศกาล ว่าแล้วก็ไปดูกันเลยดีกว่า
 
เป็นร้านอาหารจีนร้านที่ 3 ที่ไปทานมา อยู่แถวๆ สีลม ซอยอนุมานราชธน
ช่วงสีลมนี่อาหารจีนเยอะเหมือนกันนะ เห็นเพื่อนบอกว่ามีอีก
 
 
ชื่อร้านแปลว่า "โคมแดง"
 
หาที่นั่งเตรียมคุยเรื่องความหลังสมัยยังเยาว์
 
เปิดถึงตี 4 เดาว่าตอนกลางคืนจากร้านอาหารก็คงกลายร่างเป็นร้านโคมแดงตามชื่อ.....
 
 
เมนู 4 ภาษา เหมือน ร้านน้ำเต้าหู้ หย่งเหอ
 
อาหารว่าง...ทำไมมันดูหนักๆ
 
ภายในร้านมีรูปอาหารแปะรอบๆ
 
 
ชาเย็น ชาร้อน refill ได้

ถั่วแขกผัดพริกหมูสับ

กุ้งผัดพริกเกลือ อร่อยมากๆ กรอบๆ กรุบๆ เค็มๆ กินทั้งตัวได้เลย
 
 
หมูแดงแม่ยาย มันคือหมูสามชั้น ไม่กล้ากิน ไม่ชอบหมูสามชั้นอะ
 

หมูสับอบวุ้นเส้นหม้อดิน เผ็ดนิดหน่อย

หมูเปรี้ยวหวาน

เสี่ยวหลงเปาทอด แนะนำว่าถ้าจะกิน ต้องสั่งตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะทำนานมากก
ตัวแป้งจะทอดตรงด้านล่าง อร่อยดี กรอบๆ
 

ข้างในเป็นซุป เวลาทานต้องระวังหน่อย

ซาลาเปายักษ์ รอ 20 นาที ถึงจะได้กิน

ขนาดเมื่อเทียบกับมือคน (เทียบกับมือผู้ชายนะ) ข้างในมีซุปด้วย

ขนมเซาปิ่ง......แป้งคล้ายๆ พาย ออกหวาน รวมๆแล้วอร่อยดี

เสี่ยวหลงเปา : D
 

ค่าเสียหาย.......เกิดมาพึ่งเคยเห็นใบเสร็จเป็นภาษาจีนเนี่ยแหละ อ่านไม่ออก....
ไปกัน 4 ชีวิต ก็ตกราวๆ คนละ 200 กว่าบาท

2012/Jan/16

มาอัพ Entry แสวงบุญตอนที่ 2 อย่างไว ก่อนที่ดองจนลืม

ก่อนอื่นมาตอบ comment entry ที่แล้วก่อนนะ
#1  by  IchigO15_*สตอรเบอรี่ก้นไห* - Rilakkuma ใหญ่มากกกกก เห็นแล้วอยากขโมยกลับบ้านมากๆเลย อยากเข้าไปกอดด้วย ><
 
#2  by  Selzere_Tenarey - เก็บเงินสิ : D
 
#3  by  arisu - นั่นสิ ตอนเจอกันน่าถ่ายรูปไว้ เสียดายๆ
--------------------------------------------------------------
 
วันที่ 3 - Asakusa - Ameyoko - Odaiba
ช็อปก่อนแช่น้ำ
 
ประเดิมวันที่ 3 ด้วยอีกาประเทศนี้ ตัวใหญ่โคตร
 
แพนด้ายักษ์ จุดนัดพบก่อนที่จะเดินทางไปยัง Asakusa แต่สุดท้ายก็ไปเจอกันที่ Asakusa เลย เพราะแต่ละกลุ่มเลทกัน ^^''
 
 
ภายในรถไฟ  คนยังน้อยๆอยู่เพราะไม่ใช่ช่วงเร่งด่วน
 
 
มาถึงแล้ว
 
 
 
ในโตเกียวเห็นป้ายแบบนี้เยอะมาก เป็นป้ายเตือนให้ระวังแก๊งค์หลอกโอนเงิน โดยที่เหยื่อส่วนใหญ่จะเป็นคนแก่ๆ
 
 
 
โคมหน้าทางเข้าอาซากุสะ ข้างใต้จะมีมังกรล่ะ
 
ยามเช้า คนยังน้อยๆอยู่ ร้านค้าเยอะมากๆ
 
พระกับจีวรกันหนาว
 
 
วัดเซนโซจิ
 
 
เสร็จจากทัศนศึกษาที่อาซากุสะแล้ว ก็มาย่านการค้าที่อาเมะโยโกะกันต่อ สภาพก็คล้ายๆสำเพ็งบ้านเรา คนเยอะ แต่ไม่ต้องกลัวเรื่องล้วงกระเป๋า
 
มีร้านอาหารไทยด้วย แต่แพง
 
เดินจนพอใจแล้วก็เตรียมตัวไปโอไดบะ ใช้ Suica ไม่ได้แล้ว เพราะนั่งสาย Yurikamome (Suica ใช้ได้เฉพาะสาย JR)
บัตรรถไฟสาย Yurikamome
 
 
ถ่ายรถไฟสาย JR ระหว่างรอ
 
ป้ายบอกสถานีมีภาษาอังกฤษด้วย ไม่ต้องกลัวหลง
 
อากาศเย็น ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีเหลืองแล้ว
 
โอไดบะนอกจากจะเป็นเมืองใหม่ที่เกิดจากเอาขยะมาถมทะเลแล้ว ยังเป็นที่ตั้งของสถานี Fujitsu ด้วย
 
อ่าวโตเกียว
 
Rainbow Bridge สถานที่เดทยอดนิยม
 
หนูน้อย ขาดไม่ได้ค่ะ เจอแล้วต้องถ่าย
 
ข้าม skywalk ซึ่งข้ามผ่านถนน 12 เลน เป้าหมายข้างหน้าคือห้าง Venus Fort
 
 
ช่วงที่ไปมีงาน comike พอดี ได้เห็น itasha ด้วย
 
 
 
ห้าง Venus Fort ภายในจะตกแต่งแนวยุโรป สวยมากกกกกกกกก
 
 
 
 
 
 
 
 
พนักงานต้อนรับชาวไต้หวัน น่ารักมากก
 
หนูน้อย *-*
 
 
 
เดินเล่นใน Venus Fort เสร็จก็ได้เวลาพระอาทิตย์ตกพอดี
 
ระหว่างทางไปถ่ายรูปที่ Rainbow Bridge ยามค่ำคืน ก็แวะเล่นกับแก๊งหน้าฟูขนปุย
 
 
 
 
 
หมีขาวบอกอุณหภูมิปัจจุบัน เห็นแล้วหนาวไหม?
 
Rainbow Bridge ตอนกลางคืน
 
ข้างๆมี SEGA
 
มืดได้ที่แล้วก็ไปอาบน้ำที่  Oedo Onsen Monogatari
 
 
มีเป็นที่พักสำหรับน้องหมาด้วย
 
ภายใน ก่อนที่จะแก้ผ้าลงน้ำร้อน แล้วก็ขอจบ Entry นี้ดื้อๆแหละ ไม่งั้นจะติดเรทไป

2012/Jan/14

หลังจากที่ลัดคิวอัพเรื่อง Comike ไปเมื่อ Entry ที่แล้ว ก็ขอลงรายงานการแสวงบุญล่ะนะว่าไปเจออะไรมาบ้าง
 
เริ่มจากวันแรก สุวรรณภูมิ - นาริตะ
หนีเที่ยว!! พอกันทีกับเรื่องงาน!
 
ใช้บริการ Japan Airline เครื่องออกตอน 5 ทุ่ม มีเวลาให้สำรวจของในนั้นนิดหน่อยก่อนที่ง่วงแล้วหลับไปค่ะ
 
ทีวีส่วนตัว
 
มีเหล้าบ๊วยด้วยล่ะ~~~
 
 
หูฟังเป็นขา 2 ข้าง บนเครื่องบินคงเป็นแบบนี้หมด
 
 
ถ่ายมาได้แค่นี้ แล้วก็นอน คร่อกกกก
 
เข้าสู่วันที่ 2 ถึงนาริตะซักที......
เวลาหายไป 2 ชม.!!!
(ที่ญี่ปุ่นเวลาเร็วกว่าเรา 2 ชม.ค่ะ)
 
แล้วเครื่องก็ร่อนลงสู่สนามบินนาริตะในช่วงเช้า ก็ไม่ค่อยมีเวลาถ่ายอะไรเท่าไหร่นักเพราะต้องรีบไปขึ้น Narita Express (NEX) ให้เร็วที่สุด เพราะนัดคนอื่นไว้ด้วย มีถ่ายนิดหน่อยตอนช่วงระหว่างรอขึ้นรถไฟเข้าโตเกียวค่ะ
 
เส้นทางของ NEX ปลายทางของเราคือ Ikebukuro ค่ะ
 
ภายในสถานี
 
 
 
 
บริเวณนอกเมืองก่อนที่จะเข้าโตเกียว
 
บัตรโดยสาร NEX จะบอกวันที่ใช้ เวลาเดินทาง โบกี้ แล้วก็ที่นั่งค่ะ
ตอนที่ซื้อ ซื้อมาเป็น Set ค่ะ โดยนอกจากบัตร NEX ขาไป-กลับ แล้วจะมีบัตร Suica ด้วย เป็นบัตรโดยสารระบบเติมเงินใช้กับรถไฟ โดยที่จะมีอายุนับจากวันใช้ครั้งสุดท้าย 10 ปี ก็นับว่าสะดวกดี ไม่ต้องไปงงหาเส้นทางเดินรถไฟว่าราคาเท่าไหร่ แปะปี๊ดๆๆๆเอาเลย พอใกล้หมดก็เติมเงินเอา แล้วก็ใช้ซื้อของได้ด้วย ถ้าร้านค้ามีสัญลักษณ์ของ Suica อยู่
 
เบ็ดเสร็จ set นี้ที่ซื้อมาก็ 5,500 เยน (รวมเงินในบัตร Suica ไปแล้ว 1,500 เยน)
 
ด้านหลัง
บัตรขากลับจะต้องมาจองที่นั่งตอนวันที่จะใช้
 
ภายในรถไฟมีบอกว่าสถานีต่อไปคือสถานีอะไร
 
 
ชมวิวไปเรื่อยๆ
 
มีหนังสือให้อ่าน แต่อ่านไม่ออก
 
แล้วก็มาถึงที่หมาย นี่เป็นเหตุผลค่ะว่าทำไมปลายทางของเราถึงเป็น Ikebukuro เพราะที่พักอยู่ที่นี่น่ะ
ใกล้มาก สามารถเดินทางจากสถานีรถไฟแค่ 10 นาทีเอง
 
บริเวณรอบๆ
 
 
พอ check-in เรียบร้อยก็ไปยังศาลเจ้าเมจิ ไปพบเพื่อนอีกกลุ่มที่เดินทางมารอก่อนแล้ว
 
 
 
 
 
 
ช่วงนี้ที่ศาลเจ้ามีงานครบรอบ 100 ปีวันประสูติของพระจักรพรรดิเมจิค่ะ
 
 
 
 
 
 
 
 
เสร็จจากศาลเจ้าเมจิก็ไปยังถนน Takeshita แหล่งขาย Bodyline ถุงมือเบล่าของเราที่ใส่ตอนงาน comike ก็ได้จากที่นี่
คนเยอะมากกกก
 
 
ปิดท้าย Entry แรกของรายงานการแสวงบุญด้วยหนทางสู่ Otome Road ซึ่งไม่ค่อยได้ถ่ายอะไรแล้ว หนาวววว
 
ไม่ค่อยได้ถ่ายของที่ Otome Road เท่าไหร่ มัวแต่ตื่นตาตื่นใจกับของในนั้น แต่ก็ไม่ได้อะไรติดมือมานะ ^^'' ของที่อยากได้จริงๆ มันหาไม่เจอ.....

2012/Jan/02

หนีเที่ยว....ไปแสวงบุญที่แดนปลาดิบมา....นึกว่าจะไม่ได้ไปซะแล้ว...
 
พูดง่ายๆ ก็คือหนีไปงาน Comike ครั้งที่ 81 ที่ Tokyo Bigsite มาล่ะ XD
 
ว่าแล้วก็โปรยรูปหน่อยดีกว่า ถ่ายมาไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ คนเยอะมากกกกก ไม่นึกว่าจะเยอะขนาดนี้ ไหลไปตามผู้คนอย่างเดียว วูบนึงนึกว่าอยู่ในงานหนังสือ......
 
มาถึงแล้วววววว
 
Zelda รู้สึกจะมีคนฮิตคอสแบบนี้กันเยอะแฮะ....
 
 
 
 
เพนดรัมมมมม~~~~~~ XD
 
Stein Gates คนถ่ายเยอะมากๆ
 
 
Triple H *-*
 
Tiger & Bunny กลุ่มนี้น่ารักอะ แถมที่ข้างๆว่างด้วย อยากอยู่แถวนี้ไปนานๆ (แต่ก็เดินไปถ่ายคอสต่ออะนะ ^^;)
 
 
Matthew ที่ Import จากแคนาดา ^^''
 
ต่างชาติมาคอสเยอะเหมือนกันแฮะ
 
 
ชุดสวยมาก งามมากด้วย เต็มสิบเอาไปร้อยเลย : D
 
ลุงเสือกับเสือดำ.....จำไม่ได้ว่ามีฉากนี้ใน anime หรือเปล่า
แต่พอไปขอถ่าย เขาก็จัดท่านี้มาให้ หัวใจจะวาย.....
 
 
APH ก็ยังมีคอสอยู่เรื่อยๆ
 
Squall ซัง ชอบลายที่ดาบจังเลยล่ะ ^^
 
เสือต่ายเยอะ : D
 
คิชิดะคุง 1 ในผู้ร่วมทริปกับเราในครั้งนี้ แฮ่~
 
 
Suiginto สวยมากกกก ><
 
เสี่ย!!!!
 
FMA ทีมนี้เหมือนมากๆเลย
 
King Bradley เหมือนโคตรรรร
 
3 Armstrong อย่างเหมือนเลย คนถ่ายกันเยอะมากจน staff ต้องเข้ามาจำกัดเวลาถ่าย
 
ตู้ทอง!!!
 
Charlie Chapplin เหมือนทั้งตัวเลย โดยเฉพาะกระเป๋า ไปหามาจากไหนเนี่ย ^^;;
 
เสือต่ายอีกที (รู้สึกว่าจะถ่ายแต่ Bunny ^^')
 
Moe~~~~
 
Dragon Ball ทั้ง 7 ซึ่งผ่านการขอพรมาแล้ว
 
Nathan nee san~~
 
พอบ่ายสามก็ต้องกลับแล้ว เพราะต้องไปจัดของก่อนกลับไทย
นี่เป็นจุดนัดพบของพวกเราค่ะ
 
ฮือ.....อยากมาอีกอะ....
 
หากมีโอกาส จะมาอีกแน่ๆ

==================================
 
ไหนๆ ก็ไปถึงที่แล้ว ก็เลยถือโอกาสไปคอสมาด้วย 
งานนี้ก็ไม่พ้น Belarus แต่ไม่ใช่ชุดเดิมนะ เป็นชุดที่ตั้งใจจะคอสงาน Comicon แต่เลื่อนไป ก็เลยเอามาลงงานนี้แทน
 
เป็นเบล่าที่เรี่ยราดมาก ถ่ายกับคนอื่นไปทั่ว (ถ้ามีโอกาส)
 
รูปยิ้มเพียงรูปเดียวที่มี เผลอยิ้มออกมาเอง อยู่ข้างๆ บันนี่จังนี่นา~~~ XD
 
เรียกสติกลับมาได้แล้ว เก๊กต่อ...
 
Full course มาก...ทั้งผ้าพันคอ ทั้งถุงมือ
ของจริงไม่มีแบบนี้นะ......แต่ทำไงได้ ที่นี่มันหนาววววว
 
กับพี่อีกคนที่ไปด้วยกัน คอสเป็น White mage ค่ะ
ขอบคุณที่แต่งหน้าให้นะคะ ขนตาปัดจนเด้งขึ้นฟ้าเลยทีเดียว...^^
 
กับ Mathew :)
 
ถ่ายกับ Alph หน่อย รู้สึกว่าทำหน้าเดียวกันกับตอนที่ถ่ายกับแคนาดาคุงเลยล่ะ ^^'
 
ทีมนี้เรียกเราว่าเบล่าจังด้วยล่ะ : D เป็นทีมสุดท้ายที่เราไปถ่ายด้วย คนเยอะ....
 
ทิ้งท้าย....

อาจจะช้าไปหน่อย แต่ก็ Happy New Year ทุกคนค่ะ ขอให้มีความสุขมากๆ สมปรารถนาในทุกสิ่งที่หวังค่า....
เบล่าจังจะได้ Happy กับคุณพี่มั้ยน้อ.....

====================================
 
แถมท้าย...
ป้ายเตือนบนรถไฟ ให้เผื่อแผ่ที่นั่งกัน สงสาร Dororo จัง โดนแกล้งอีกแล้ว....