2005/Mar/19

วันแรก~ 8มีนาคม 48

ขอตัดฉากการเดินทางตั้งแต่ที่สนามบินจนขึ่นเครื่องละกันนะ เพราะไงๆก็ได้ขึ้นอยู่แล้วไม่งั้นป่านนี้ก็คงไปสร้างหนังเรื่อง the terminalภาคใหม่เป็นแน่แท้ แต่ขอนิดนึงตรงด่านตรวจของมีคม แน่นอนว่าผ่าน เพราะยัดของมีคมสารพัดอย่างโหลดใต้เครื่องไปเรียบร้อย เฮ~ ตอนก่อนโดนตรวจนี่เห็นกล่องที่เอาไว้ทิ้งพวกของมีคม เห็นแล้วเสียดายแทนเจ้าของ อุตส่าห์เอามา แต่ก็เสียเปล่าซะนี่ แย่จังๆ

Beginning of the Time

เมื่อขึ้นเครื่องเรียบร้อย ( แอร์ Emiratesสวยมากๆ เท่ห์ๆ ชอบจัง XD ) พอได้ที่นั่งเรียบร้อย แจ็กพ็อตนั่งกับอ.(อ.ชาวรัสเซียคุมการเดินทางตลอด เอิ๊ก~ )ดีว่ามีเพื่อนอีกคนนั่งนะ ไม่งั้นได้นั่งใบ้กินตลอดการเดินทางแหงๆ บนเครื่องมีเกมให้เล่นด้วยล่ะ แต่!!!!เครื่องตรงที่นั่งดันเจ๊งซะนี่ แถมเครื่องเพื่อนก็สีประหลาดๆ ดีไม่ดีบ้าง แต่ก็ยังทำอะไรได้ล่ะนะ น่าอิจฉาจริ๊งจริง~ ดังนั้นตลอดการเดินทางจากกรุงเทพสู่ดูไบรวมเสร็จสรรพก็6ชม. จึงเป็นการโม้แตกกับเพื่อน แล้วก็ชวนอ.คุย (แต่เหมือนเขาชวนคุยมากกว่า ทำไงได้ คนเขาพูดไม่ค่อยเก่งนี่นา -3- ) แน่นอน ตบท้ายด้วยการพักผ่อนที่ดีที่สุดคือนอน ขอตื่นขึ้นมาตอนจะกินละกัน!!!! Ho! Ho! Ho!

วันที่สอง~ 9มีนาคม 48

มีมืดย่อมมีสว่าง ฉันใดฉันนั้น เมื่อนอนก็ต้องมีตื่นเป็นของธรรมดา ไม่ใช่ริพแวนวิงเคิ่ลนี่ ที่หลับไปนานเกินจนผู้คนเปลี๊ยนไป๋ซะหมด

เนื่องจากเดินทางตอนดึกๆดื่น มันก็ต้องแน่อยู่แล้วว่า อาหารที่ให้กินมันต้องเป็นมื้อเช้าแหงๆ

จากการตื่นอย่างงัวเงียๆ ก็พบว่าอาหารที่มีนั้นเป็น......ไข่กวนจืดๆเละๆ(แถมชวนอ้วก)........ขนมปังแข็งๆปาหัวหมาแตกได้ในคราวเดียว ก็แค่นั้นแหละมื้อเช้า.... โอวเย....

หลังจากที่กล้ำกลืนฝืนกินมื้อเช้าชวนแหวะไปเรียบร้อยก็รอเวลาเครื่องlanding ที่สนามบินดูไบ ประเทศอาหรับเอมิเรต (มีชื่อประเทศนี้ด้วยเรอะ เพื่อนชั้นคงไม่ได้มั่วมานะ - - )

Landingที่ประเทศร้อนๆก่อนไปประเทศเย็นๆ

ประทับใจอย่างเดียวกับสายการบินนี้ สิ่งนั้นก็คือ..........................................................................................................................................Airhostess!!!!!!!!!!! (เฉพาะชาวต่างชาติที่เป็นนะ คนไทยดูไปก็......แหละ) น่ารักอ่า ตอนออกไปนี่พูดไทยแล้วน่ารักดี

และแล้วคณะเดินทางไปยังแดนหมีขาวก็ย่ำต๊อกแต๊กในสนามบินดูไบไปเรื่อยๆ ก็แน่ล่ะ กว่าจะขึ้นเครื่องไปยังจุดหมายก็ต้องรออีกตั้ง4ชม. ก็เลยเดินดูของที่ duty freeซะ ดูแล้วเป็นไงล่ะ เพิ่มกิเลสได้รุนแรงมาก กิเลสในตัวพุ่งขึ้นประมาณ100เท่าได้ เพียงแค่เห็นแผนกที่ขายพวกdvdเท่านั้นแหละ Japanese Animetion!!!! อ๊ากกกกก เห็นแล้วอยากได้ว้อยยย excel saga, fushigi yuugi, X , wolf rains งื้อออออยากได้ๆ

แต่มันก็ต้องสิ้นสุดความอยากอยู่แค่นั้นแหละ เมื่อเห็นราคา.... (โปรดอย่าถามว่าราคาเท่าไหร่ อะไรที่มันทำให้ช้ำใจจะไปจำมันทำไมกันล่ะ) แถมกิเลสพุ่งรอบ2อีกเมื่อเห็นพวกหนัง แถมมีเรื่องเสือชมพู Pink Pantherด้วย อ๊า~อยากดูๆๆๆๆๆๆx3 แต่ก็อย่างว่าแหละ ราคามันทำให้ต้องรำลึกเสมอว่าตัวเองชอบกินแกลบเป็นเวลาหลังอาหาร3มื้อบ่อยๆ....เลย..อ....ด....ไปตามระเบียบ...............................................................................

และแล้วก็ได้เวลา boardingอา.....4ชม.นี่มันเร็วจริงๆน้า (ไปเกาะติดกับแผนกdvdตั้งนานนี่เนอะ จะไม่ให้รู้สึกว่าเวลามันผ่านไปเร็วได้ยังไง?????)

แถมอีกนิดสนามบินดูไบกว้างมากขนาดว่าเดินหลงได้ ขึ้นลิฟท์ที....มึน....ชั้นโผล่มาส่วนไหนเนี่ย.......

ลัน ลัน ล้า~ ได้เวลาขึ้นเครื่องซะที ครั้งนี้บรรยากาศค่อนข้างตึงเครียด เพราะ90กว่า%ของผู้โดยสารนี่รัสเซียล้วนๆ เผลอๆมีแค่5ชีวิตเนี่ยแหละที่เป็นชาติอื่นนอกจากรัสเซีย ที่เหลือรอบตัวรัสเซียซะหมด คนรัสเซียหน้าบึ้งๆเครียดๆแลดูไม่เป็นมิตรเอาซะเล้ย(อ.แอบบอกว่าก็อย่างนี้แหละ คนรัสเซีย.....โอย....แล้วบ้าๆอย่างชั้นจะไปทำตัวบ้าๆท่ามกลางคนรัสเซียนี่ต้องโดนเตะโด่งมาแน่ๆเลย = = ) เอาเถอะๆ ท่ามกลางบรรยากาศแบบนี้ก็ยังมีอะไรดีล่ะนะ คนตรวจตั๋วหล่อโคตรรรรร เห็นแล้วใจละลาย เกือบหิ้วขึ้นเครื่องไปด้วยแล้ว ทำบุญมาด้วยอะไรเนี่ย ถึงหล่อพระเจ้าได้ขนาดนี้~~~~ XD

งืมๆๆๆ ขึ้นเครื่องแล้วแจ็กพ็อตแตกรอบสอง......นั่งกับอ.อีกแย้ววว 2:2ด้วยคราวนี้ ใบ้แด_สิท่าน แต่ก็ยังพอคุยกับเขาได้ล่ะนะ เห็นพวกสิ่งของรอบตัวก็ถามหมดว่าไอ้นี่ภาษารัสเซียคืออะไร ไม่เว้นแม้แต่ก้อนเมฆที่ล่องลอยเป็นขนมสายไหมยักษ์บนอากศ (พูดแล้วอยากกินแฮะ - -)

และแล้วก็ได้เวลาอาหารกลางวัน อาหารก็ใช้ได้ในระดับนึง แต่ที่แน่ๆ เค้กอร่อยมากๆๆๆราดหน้าด้วยแยมส้มแล้วข้างล่างเป็นสตรอเบอร์รี่เหลวๆ ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไรแฮะ แต่ไม่แยมอ่ะ อยากเก็บมากินที่รัสเซียต่อ แต่ก็อดใจไม่ไหว จัดการลงกระเพาะหมดแล้ว มันทนไม่ไหวนี่

ประทับใจแอร์คนนึง ชาติไหนไม่รู้ รู้ว่าน่ารัก activeดี อยากถ่ายรูปนะ แต่ลืม มัวแต่เพลิดเพลินกับการกินกับชมวิว ชมภูมิประเทศจากทะเลทรายแปรเปลี่ยนมาเป็นภูเขาที่มีหิมะเกาะขาวโพลนเต็มไปหมด และตบตูดด้วยการนอน เฮ~

เนื่องจากเป็นสายการบินเดียวกันกับขามา ดังนั้นก็ต้องมีเกมให้เล่นเหมือนกัน!!! ครั้งนี้ดีหน่อย เล่นได้ เย้ๆๆๆ แต่ต้องมาเน่าเอาตอนอีกชม.ครึ่งlanding เครื่องแฮ้ง....................อะไรหว่า ก็จอมันบอกให้กด ok. ไปเรื่อยๆอ่ะ แฮ้งเฉย.... เลยเปลี่ยนมานั่งฟังเพลง ฟังไปฟังมา2เพลง แบตเสือกเดี้ยงซะอีก เวรกรรม จำได้ว่าวันจันทร์นี่ชาร์ตแบตมาเต็มสตรีมมาก อยู่รอดตลอด4ชม.ของการใช้งานแน่ๆ แล้วนี่มันอะไรกันเนี่ย~ 2เพลงแบบไม่จบด้วยนะ 10นาทีมันยังไม่ถึงเลยไม่ใช่เรอะ ก็เลยต้องนั่งแกร่วไปเรื่อยรอเครื่องจอด

แต่มีหรือที่จะยอมอยู่เฉย เลยควักกล้องออกมาถ่ายวิวไปเรื่อยๆประหนึ่งว่าไม่เคยเห็นหิมะมาก่อน!!! (ก็ไม่เคยเห็นง่ะ เห็นแต่ใน dream world แลดูเหมือนเข้าไปอยู่ในช่องแช่แข็งไงไม่รู้แฮะ เมืองหิมะเรอะ...เมืองตู้เย็นแลดูจะเหมาะกว่าอีก.... ) แต่สวยมากๆ ทุกอย่างเป็นสีขาวไปหมด

โอ้วววรู้สึกว่าสิ่งที่ประทับใจจากการนั่งสายการบิน emiratesทั้ง2รอบนี่ประทับใจอยู่สิ่งเดียวคือแอร์แฮะ ทำไงได้ น่ารักง่ะ

Here I am

เมื่อlanding อย่างนุ่มนิ่มเรียบร้อยแล้ว ก็มีคนปรบมือให้ทั้งลำ เลยสงสัยว่าทำไม แน่นอน ก็ต้องถามอ.น่ะสิ ได้ความมาว่า มันยากที่จอดให้ smoothได้ พอเป็นแบบนี้ต้องปรบมือไชโยโห่ฮิ้วกันหน่อย

และแล้วบรรดา5ชีวิตก็ต้องเผชิญสู่โลกอันหนาวเหน็บ หลังจากที่แต่งตัวเป็นมนุษย์หิมะ (ไม่ก็เพนกวิน)เรียบร้อยก็เดินไปด่านต.ม. ด่านต.ม.นี่เจ้าหน้าที่สวย......แต่ดุง่ะ....เกือบไม่ได้เข้าประเทศแย้ว T_T

ด่านตรวจคนเข้าเมืองนี่ไม่นานตามที่ร่ำลือกัน ไม่ก็เป็นเพราะคณะนี้ออกจากเครื่องช้า (ล่อออกซะเป็นผู้โดยสารชุดสุดท้าย) พอไปถึงก็ โบ๋เบ๋ ว่างเปล่า ไม่มีใครเลยนอกจากเจ้าหน้าที่

ในขณะที่กำลังจะหยิบบัตรคนเข้าเมืองก็มีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น....................................

.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ตืด..............ตืด..............ตืด..................มือถือสั่น ใครโทรมาหว่า จะรับก็ยังไงอยู่ ท่านพี่โทรมา แต่เจ้าหน้าที่มองตาเขียวปั๊ด ประมาณว่าถ้าเอ็งทำช้าชั้นเตะโด่งไปยังเทือกเขาคอเคซัสเป็นแน่แท้ โชคดีที่รุ่นพี่ไปเข้าคิวก่อน เลยรับซะ แต่ก็จบด้วยบทสนทนาที่สั้น ไม่ว่าง ยุ่งอยู่ ได้ใจความรึเปล่าไม่รู้เพราะหลังจากที่วางหูไป โทรมาหลายรอบมาก มือก็ไม่ว่าง จะรับยังไงล่ะ...........เฮ้ออออ.....ไว้ค่อยจัดการเมื่อถึงที่พักก็แล้วกัน.....

New Beginning

ออกจากสนามบินแล้ว แต่งตัวเป็นมนุษย์หิมะ หรือเพนกวินไม่รู้ รู้ว่าถ้าล้มไปนี่ลุกเองไม่ได้แหงๆ

ความรู้สึกแรกที่ออกจากสนามบินนี่ ขอบอกได้เลยว่า หนาวชิบหายยยยยยยยยยย หิมะก็ตกเปาะแปะๆ แต่ก็ยังไม่วายเอามือ(ที่สวมถุงมือแล้ว)ไปรองหิมะว่าเป็นยังไง

พอรองเสร็จ หิมะเป็นเกล็ดๆ สวยมากๆ อยากถ่ายรูปอีกแล้ว แต่............มือม่ายมี.................เอวัง................

และแล้วก็มีคนพาไปที่ Pushkin Institueเสียที.........คิด 5คน 60$ เพราะรุ่นพี่บอกว่าตอนพวกพี่มานะน้อง 50$ต่อคนว่ะ............. เฮือก!!!! ขอบคุณอ.นาตาชา (อ.ที่มาด้วยน่ะแหละ) ที่ช่วยหาให้ได้ถูกขนาดนี้ไม่งั้นจ่ายหัวบานตั้งแต่ยังไม่เริ่มเข้าเรียนเลย - -;;

จากสนามบิน Domodedovoมาเรื่อยๆ ก็นั่งมองวิวไปเรื่อยๆ (ก็ไม่เคยเห็นง่ะ) สองข้างทางเหมือนชานเมืองประเทศไทยเลยวุ้ย มีป้ายโฆษณาเป็นระยะๆ แต่อ่านไม่ทัน... มันต่างกันแค่ที่นี่มีหิมะปกคลุมสองข้างทาง แต่ที่ประเทศไทย อะไรหว่าบางพื้นที่ยังเป็นหินแดงๆอยู่เลย ชมวิวไปเรื่อยๆรู้ตัวอีกทีถึงแล้ว

......................................สถาบันพุชกิ้น........................

รุ่นพี่มาช่วยขนของด้วย รถแล่นผ่านพวกพี่เขาตอนที่พวกพี่กำลังออกไปซื้อของกินพอดี เลยให้มาช่วยถือของ เย้~ ไม่งั้นได้ตายกันหมดแน่ๆ

พอมาถึงหอก็จัดการเรื่องเอกสารซะ แน่นอน passportเขาก็เอาไปด้วย แต่ยังดีเขาทำตัวแทนpassportมาให้ใช้แทนได้ แล้วคณะเพนกวิน5ตัวก็เดินต๊อกๆๆไปถึงห้องพัก ชั้น5 ห้อง532 ..

Its my Life

วินาทีแรกที่เปิดประตูห้องไป สภาพห้องพอใช้ได้ มีเตียงมีผ้าปูที่นอนให้พร้อม พอไปถึงก็แบ่งเป็น2:3 เพราะมี2ห้อง เตียง3กับ2 แน่นอนว่าพี่ปี4มากัน2คนก็ไปนอนด้วยกันส่วนพวกเอ๊าะๆปี3ก็นอนด้วยกัน 3คน พอได้เช่นนี้ก็ต่างคนต่างแยกย้ายไปจัดของของตัวเอง.................

พอเริ่มเอาของออกมาแล้ว เป็นไงน่ะเหรอ พอเปิดกระเป๋าก็...............ระเบิดบูมมมมมมมมมมมมมมมมมม ช็อคโกแลตกระจายเต็มทุ่งข้าวสาลี..............................................................................................................................มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอกนะ เปิดได้สบายข้าวของไม่กระจัดกระจายน่อ แถมคันชักกระเป๋าที่ไว้เลื่อนๆดันงอซะอีก โอ้ววววววกระเป๋าMarco poloของแท้ทำไมบอบบางจัง มีสิ่งนึงที่ทำให้เพื่อนร่วมห้องตะลึงตึงๆก็คือ กองภูเขาของกิน!!!!!! แต่ยังไงก็เถอะ เอาเป็นว่าไม่อดตายชัวร์ :D

พอตกเย็น พี่ๆที่เรียนโทก็ทำกับข้าวให้กิน เฮ~~~ประหยัดไปอีกมื้อ

ตัดฉากมาตอนจะนอนก็แล้วกัน เพราะช่วงกินก็มีแต่กินกับกินไม่มีอะไรมาก พอมาห้องก็จัดของต่อ จัดเสร็จก็นอน จบไปอีกวัน (แต่แอบดีใจตรงที่อุณหภูมิห้องเหมือนห้องตัวเองในไทยเลยรู้สึกชิน โฮ่ๆๆๆ)

วันที่ 3~ 10มีนาคม 48

Ready to fly

ตื่นมายามเช้าด้วยความสดใส..........................................ซะที่ไหนเล่า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ตื่นมาเพราะสาเหตุหลายๆประการ อย่างแรกเลยคือเสียงหมา!!! คนจะนอน เห่าทำไมเดี๋ยวก็จับกินให้หมดเลย - -* อย่างที่2ก็คือ เสียงพี่ปี4คุยกัน ไหนๆก็ได้ยินแล้วก็ตื่นดีกว่า เพื่อนที่ตื่นมาด้วยกันบอกว่าได้ยินเสียงกวาดหิมะเลยตื่น อะไรหว่า ไม่เห็นจะได้ยินเลย พอมองไปทางหน้าต่างก็ เห็นละ คนกวาดหิมะกันครืดคราดๆมีหมามาวิ่งเล่น3-4ตัว แต่เห็นคนกวาดหิมะแล้วอยากไปกวาดบ้างจัง ไปหาลำไพ่พิเศษกวาดหิมะบ้างท่าจะดีไม่น้อย...

วันนี้เป็นวันที่ต้องจัดการเอกสารที่เหลือให้เสร็จ คุณทาเทียน่า (ผู้รับผิดชอบคนที่มาจากไทย) ก็มาบอกว่ามีคนนึงนะ ที่ไม่มีใบคนเข้าเมือง ก็วืดแล้วเหวย ตูเปล่าฟะ ตอนนั้นด่านตรวจมันยุ่งๆด้วย แถมถ้าไม่มีก็ต้องไปโรงพักไม่ก็สนามบิน!!!! ไม่นะ ไกลจะตายสนามบิน โรงพักก็ไม่อยากไปอ่ะ ทำไงดีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

พอคุณทาเทียน่าเอาpassportมาให้ดูว่าใครไม่มีก็...................ว่าแล้วตูจริงๆด้วย ก็เลยลองค้นๆๆๆๆในกระเป๋าทุกซอกทุกมุม ในที่สุดก็เจอ (ในสภาพเยินๆ)..........................เฮกันทั้งห้อง........................................................

เสร็จจากตรงนี้พี่ที่เรียนโทก็พาไปแลกเงินโดยการฝ่าดงหิมะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!อยากจะกรี๊ดดดดดดดดดดถึงชั้นจะชอบที่เย็นๆ แต่แบบนี้ก็ไม่ไหวนะ หิมะตกโปรยปรายๆแล้วก็มีเพนกวิน5ตัวเดินตามพี่ที่เรียนโทต้อยๆๆๆ หนาวโคตรร แต่ขากลับก็ยังไม่หวายเล่นหิมะที่เกาะตามทางซะอีกแน่ะ อดใจไม่ไหวนี่ ลองถอดถุงมือมาจับๆดูก็ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าชั้นจับน้ำแข็งใสราดเฮลบลูบอยอยู่เรอะ ความรู้สึกมันเป็นแบบนั้นจริงๆ............. แล้วก็ตบถ่ายด้วยการถ่ายรูปอีกหลายรอบ...................................................

มื้อกลางวันวันนี้ก็ลุยอาหารในโรงอาหารนี่แหละ อาหารก็นะ เลี่ยนๆมันๆ แต่ก็กินได้ ไม่มีปัญหาเท่าไหร่เพราะน้ำที่กินก็เปรี้ยวๆพอกล้อมแกล้มๆไปได้

แล้วพอตกเย็นก็ไปซื้อของมาตุนไว้ น่าเสียดายที่ร้านค้าแถวนี้ไม่ได้มีทุกอย่างเฉกเช่น 7-11 ดังนั้น ชม.เน็ตก็ดองไปก่อนก็แล้วกัน ใครจะบริจาคมาจากไทยก็ไม่ว่านะ ยินดีๆ

Doraemon with dinner

พอซื้อของมาก็เริ่มลงมือทำอาหารเย็น.......... ขอย้อนกลับไปนิดก่อนออกไปซื้อของ เมื่อพวกพี่เริ่มlistรายชื่อของก็เลยฉกมาดู ก็ปรากฏว่า อ๊ะ อันนี้มี นี่ด้วย นั้นด้วย โน่นด้วย สรุป ทั้งห้องลงมติว่าชั้นเป็นโดราเอม่อน เพราะมีทุกอย่าง......ไม่เว้นแม้แต่ที่เปิดกระป๋อง!!! มีทุกอย่างตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบก็คงไม่ผิดนัก

ต่อเรื่องอาหารเย็นก็..............ทำไงล่ะ.......เป็นลูกมือน่ะเซ่ คอยหยิบของเอาของวิ่งไปวิ่งมาระหว่าห้องครัวกับห้องตัวเองตลอด เอาเถอะ อย่างน้อยก็ไม่ทำให้หนาวล่ะนะ

และแล้วก็ได้มื้อเย็นมาทานเสียที เฮ~กินเสร็จ อาบน้ำ แล้วก็ได้ฤกษ์มานั่งโม้ให้ชาวบ้านฟังเสียที แล้วก็นอน จบไปอีกวัน.............

วันที่ 4~ 11มีนาคม 48

Whats I go to school for?

เย้~ วันนี้ก็เป็นวันแรกที่ได้เริ่มต้นเรียนเสียที นึกว่าจะได้เรียนอาทิตย์หน้าซะอีก หุๆๆ :P วันนี้อากาศหนาวกว่าเมื่อวาน ทำไงได้ หิมะหยุดตก อากาศมันก็หนาวขึ้นเป็นของธรรมดา ก็เลยใส่เสื้อล่อไปซะ3ชั้น (รวมสเวตเตอร์แล้ว) ไม่งั้นเป็นไอติมแน่นอน

พอไปถึงห้องเรียน นึกว่าจะอุ่น หนาวมากๆขนาดในห้องเรียนนะแล้วข้างนอกจะขนาดไหนเนี่ย ไม่อยากคิดเล้ย

ช่วงนี้คงเรียนได้ไม่เต็มที่เพราะยังไม่เห็นตารางสอนแบบเป็นตัวเป็นตน รู้ว่าเรียนจันทร์ อังคาร พฤหัสบดี ศุกร์ 9โมงครึ่งยัน บ่าย 2ครึ่ง (ถ้าฟังไม่ผิด) แถมอ.ที่สอนก็ไม่มา แล้วอ.ที่สอนแทนเหมือนจะเตรียมตัวไม่ทันก็เลยสอนไปแบบเรื่อยเปื่อย ชวนเขาคุยเป็นระยะๆ

และแล้วก็เบรก.....................30นาที ใช้เวลาอย่างคุ้มค่าโดยการนั่งโจ้ไอติมยักษ์ 1ชิ้นกินกัน5คน ก็ไม่เลวนะ อร่อยดี คนขายยังบอกเลยอันนี้อร่อย แต่รู้สึกไงไม่รู้แฮะมีแต่คนมอง เอาเถอะ คนจะกินง่ะ -3-

พอเลิกเรียนก็แจ้นไปห้องเน็ต ลังเลพอสมควรว่าจะไปดีมั้ย เพราะไดอารี่ (ไอ้ที่อ่านอยู่น่ะแหละ) ยังเขียนไม่สมบูรณ์ แต่สุดท้ายก็ไป พร้อมด้วยยัดเยียดข้อมูลไว้ในแผ่น cd พอไปถึง ได้ที่นั่งเรียบร้อย จะใส่แผ่น ก็.................อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ไม่มี cd-drive!!!!!!มีแต่ช่อง 3.5 floppy a เวรกรรม ชม.เน็ตก็ยังไม่มีเป็นของตัวเอง net cafeก็ดันไม่มีช่องใส่แผ่นซะอีก ไดอารี่ตูจะเป็นหมันมั้ยเนี่ย???

ไหนๆก็มาแล้วเขาคิดเวลาตั้งแต่ยังไม่เริ่มไปแล้วด้วยก็เลยนั่งเล่นซะหน่อย คนแรกที่เจอก็พี่พี (เพื่อนพี่ชาย) ก็เสร็จสิ ฝากโทรบอกเลยว่าช่วยมาต่อเน็ตด่วนๆๆๆๆ ไม่มีเวลา แต่...............คำตอบคือ...........ม่ายมีชม.เน็ต.................

เดชะบุญที่มีคอมหลายเครื่องเลยได้คุยกับทางบ้านแบบเป็นตัวเป็นตนไม่ต้องมานั่งพิมพ์messageให้มือหงิกมือหงอแถมส่งไปก็ไม่รู้จะตอบกลับมารึเปล่าซะที...............................เมื่อวานอุตส่าห์นั่งพิมพ์messageไป แต่ก็ไม่มีคำตอบกลับมา โบ๋เบ๋.......................ว่างเปล่า................ กะอีแค่ส่งมาเสีย3บาทมันจะเหนียวอะไรนักหนาฟะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ตูเสียตั้ง6บาทแน่ะ ยังส่งมาได้เลย =*=

และแล้วมื้อเย็นก็ผ่านไปด้วยดี กับการหยิบซอสผิดขวด ว่าจะใส่น้ำปลาทำผัดผัก แต่ดันหยิบซอสเปรี้ยวสำหรับอบไก่มาใส่ซะได้ ใส่น้ำปลากลบแทบไม่ทัน..........................อาหารที่ได้เลยกลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ เอาเป็นว่ากินได้ก็แล้วกัน นอกจากนี้ก็ทำไก่กระเทียม และเจียว เพราะกลัวไม่อิ่มเลยเอาอาหารbasicอย่างไข่เจียวตบท้าย ทำหรูไปแล้วถ้าเหลือจะเกิดอาการเสียดายซะอีก

จบจากมื้อเย็นก็ขอตัดฉากมาเวลาก่อน นอน เงยหน้าไปดูนาฬิกา ตายละหว่า จะ5ทุ่มแย้ว เอาไงดีๆๆๆ แต่ไหนๆก็เขียนจะจบของวันนี้แล้วก็เลยเอาให้จบๆดีกว่า จะได้ไม่เป็นดินพอกหางหมูไปเรื่อยๆ ว่าแล้วก็ขอลาไปนอนล่ะพรุ่งนี้พี่ที่เรียนโทจะพาไปจัตุรัสแดง ไปเดินถนน arabat โอ้วเย~ ได้เที่ยวซะที คร่อกกกกกกกกก~กกกกกก

วันที่5~12มีนาคม 48

Open Road

วันนี้ตื่นมาด้วยอาการงัวเงียๆพอสมควรเพราะเป็นวันแรกเลยมั้งที่ตื่นได้สายสุดในตลอด3วันที่ผ่านมาในรัสเซีย ตืนมาตอน7โมงกว่าๆ ลองเทียบเวลาในไทยดู 11โมง.............................เอาไงดี....นอนต่อดีกว่าพี่เขานัดไว้ตั้ง10โมงแน่ะ ก็เลยหลับต่อสมใจนึกบางลำภู...........

หลับไปได้ครึ่งชม.ก็ตื่น คาดว่างคงถึงจุด peakในการนอนแล้ว ขนาดกลิ้งไปกลิ้งมาต่อก็ยังไม่หลับ ก็เลยตื่นๆซะ ทำอะไรให้มันเสร็จๆไป

เนื่องจากหลังจากนี้เป็นการเดินทางไปยังจัตุรัสแดง แถมด้วยถนน arabat ก็เลยไดโว่อาหารเช้าไปอย่างเต็มที่ กะว่าเดินๆไปไม่สลบคาถนนก็โอเคแล้ว

และแล้วก็เริ่มต้นการเดินทาง โดยมีไกด์นำเที่ยวคือพี่อู 1ในพี่ที่เรียนโท (และคาดว่าคงกลายร่างเป็นพี่เลี้ยงเด็กไปโดยไม่รู้ตัว เพราะพี่แกคอยช่วยดูแลเพนกวิน5ตัวตลอด ขอบคุณค่า~ ) ต่อๆ ก็เดินทางมาเรื่อยๆ 2ข้างทางอุดมไปด้วยหิมะเช่นเคย เลยรีบๆเดินจะได้ไม่หนาว แต่พอมาถึงตลาดนัดใกล้ๆรถไฟใต้ดินแค่นั้นแหละ รู้สึกเหมือนมีบางอย่างดึงดูดให้เดินช้ากว่าเต่าซะงั้นน่ะ ทำไงได้ซ้ายขวาก็มีของกิน เดินๆไปมีcd แอบเห็น การ์ตูน tom&jerryด้วย อยากดูง่า โอ๊ยยยมีสารพัด สมกับเป็นตลาดนัดจริงๆ อ้อ ช่วงที่เดินมานี่เห็นชาวรัสเยเอาหมามาเดินเล่นด้วย แม่เจ้าโว้ยยยหมารึหมีฟะนั่นน่ะ ตัวใหญ่ ขนดก น่าเข้าไปกอดมากๆ XD กะถ่ายรูปด้วย แต่ต้องชะงักอย่างแรงด้วยคำเตือนของหลายๆคนที่มีประสบการณ์กับคนรัสเซีย คือคนเหล่านี้จะ unfriendlyอย่างแรง!!!! เลยไม่ได้เข้าไปถ่ายเพราะเจ้าของอาจกัดเอาได้ในข้อหาที่มาจุ้นกะหมาตู

พอถึงรถไฟใต้ดิน (ต่อไปนี้จะขอเรียกว่า Metro ตลอด ชินน่ะ) ก็ได้เห็นสถานีอันสวยงาม รถไฟที่ใช้ตั้งแต่ยุคโซเวียต คนหน้าตาบึ้งๆเดินไปเดินมา ในovercoatตัวใหญ่ๆที่ไม่สามารถจำแนกได้ว่าใครอ้วนใครผอมเมื่อใส่

รถไฟที่นี่แล่นเร็วมาก เสียงดังด้วย ถ่ายแทบไม่ทันแน่ะ แต่ก็ต้องถ่ายทันซักวันล่ะน่า พอถึงช่วงที่ต้องรอรถไฟบรรดาเพนกวินทั้ง5ก็ถ่ายรูปไปทั่วสถานีจนพี่อูต้องบอกว่าไว้จะพาไปสถานีอื่นที่สวยกว่านี้ ก็มันอดไม่ไหวนี่ ที่ไทยไม่ห็นสวยเลยบู่ๆๆๆๆ

สำหรับตัวสถานีนั้นลึกพอสมควร สังเกตได้จากตอนเปลี่ยนสถานี รู้สึกได้เลยว่าเปลี่ยนสถานีเชื่อมต่อแต่ละครั้งต้องลงไปใต้ดินเรื่อยๆ ไม่มีขึ้นเลย แถมตอนออกจากสถานีไปยังที่หมายอีก บันไดเลื่อนสูงมากๆ คาดว่าถ้ามีอะไรกินก็คงกินตั้งแต่เริ่มขึ้นบันไดและทานเสร็จตอนสุดบันไดพอดี

เย้ๆๆๆโผล่จากรูตุ่น(เรอะ?) ก็เจอจัตุรัสแดงเลย และก็เริ่มต้นด้วยการถ่ายรูปที่ยากลำบากเพราะมันหนาว ถอดถุงมือมาถ่ายซักพักก็ต้องหดเข้าไปในถุงมือ เพราะมือสั่นไปหมดหนาวด้วย ประมาณว่าถ้าโดนสับมือตอนนั้นคงไม่รู้สึกอะไรเลยล่ะมั้ง

แล้วก็อีกอย่างที่ยากลำบากก็คือ ย้อนแสง!!!!!!!!!!!!! กว่าจะหามุมถ่ายได้แต่ละที นี่แทบจะกระอักเลือด หนาวก็หนาว ย้อนแสงอีกตะหาก

พอถ่ายรูปจนเป็นที่น่าพอใจแล้วก็มาที่ห้างกุม ซึ่งหลายคนแนะนำเหลือเกินว่าให้มาที่นี่ มาดูทิวลิป ก็เลยมา แล้วก็ได้ถ่ายรูปภูเขาทิวลิปสมใจอยาก น่าเสียดายที่ห้ามถ่ายรูปในตัวห้าง แต่ก็ลักลอบถ่ายมาได้นิดหน่อย เพราะยามม่ายอยู่ :P

หลังจากที่ถ่ายทิวลิปแล้วก็ออกมาถ่ายรูปต่อ วิหาร St.basil สวยมากๆ มีหิมะปกคลุมเต็มไปหมด แต่กว่าจะได้รูปวิหารเดี่ยวๆนี่ลำบากโคตรร คนเดินเต็มไปหมด แล้วก็เปลี่ยนมุมมาถ่ายหลุมศพเลนิน และวันนี้ไม่รู้เป็นวันอะไรซักอย่างเกี่ยวกับเลนนินรึเปล่า เพราะมีขบวนกลุ่มคนรักเลนนินมาที่หลุมศพ ก็เลยงงๆว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็รู้สึกโชคดีได้เห็นอะไรแบบนี้ (ถ่ายรูปลำบากอีกตามเคย) ได้เห็นผู้คนมาฉลองครบรอบวันแต่งงานด้วยเห็นประมาณ 2-3คู่ได้ เจ้าสาวในชุดovercoat เกิดมาก็พึ่งจะเคยเห็นนี่แหละ ก็เลยแอบถ่ายซะ

วันนี้มีแต่ถ่ายกับถ่ายสถานที่ต่างๆในจัตุรัสแดง ไม่ว่าจะเป็นวิหาร st.basil พระราชวังเครมลิน หลุมศพเลนนิน และสถาปัตยกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาคารภายนอกห้างกุมภ์ หรือหอนาฬิกา ก็ถ่ายมาหมด กะว่ามาทีก็ต้องเอาให้คุ้ม ได้ไปถ่ายหลุมศพทหารนิรนามด้วย ทหารที่ยืนให้ถ่ายรูปหล่อมากกค่ะ~~~ (เอ...รู้สึกว่าหนุ่มสาวชาวรัสเซียนี่จะหน้าตาดีๆกันหมดเลยแฮะ พอแก่ตัวมาก็......ม่ายอาาววว...ม่ายพูด.....................)

และแล้ว....................พยาธิในท้องก็บอกว่าถึงเวลาอาหารแล้ว ก็เลยเดินไปถึงถนนarabat ไปกินร้าน Moo moo ตามที่อ.นาตาชาแนะนำ และก็ไม่ผิดหวัง อร่อยมากๆ เนยเยอะ ชอบๆ และตบท้ายด้วยเค้ก~ และก็เป็นปกติ มีของอร่อยมากเท่าไหร่ก็ซัดเข้าไปมากเท่านั้น ดังนั้นมื้อกลางวันที่ทานเข้าไปเลยแปรสภาพป็นอาหารเย็นไปเรียบร้อยเสร็จสรรพ

ในที่สุดก็ได้เวลากลับที่พักเสียที เลยแวะ ร้านหนังสือโดม คนีกี ( дом книги ) หนังสือเยอะ และถูกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เห็นราคาดิกแล้วอยากเอาที่มีอยู่ไปขายต่อจริงจริ๊งงง ถูกกว่ากันตั้งครึ่งแน่ะ เช่นจี่ไทย300ที่นี่เหลือ100กว่าๆ โฮกกกกกกกกกกกกกกกกอีก200นี่เอาไปทำอะไรกันน่ะ = = แต่ก็ใช่ว่าจะมัวแต่ชีช้ำกะหล่ำปลีเรื่องราคาดิก อย่างน้อยก็ได้ดิก รัสเซีย-รัสเซียกลับไปนอนกอด ซึ่งรับประกันว่าดีที่สุดโดยพี่อู พอดูเนื้อในแล้วก็โอเคแล้วล่ะ มีตัวอย่างประโยค การใช้ ความหมาย อืม ใช้ได้ๆ พอเลือกเสร็จก็ไปดูหนังสือสำหรับเด็ก ดูๆไปก็วางด้วยความช้ำใจ เด็กยังเก่งกว่าตูเลย - - ขนาดนิทานสำหรับเด็กยังไม่รู้เรื่องเลยง่ะ ชักพอจะเข้าใจแล้วว่าต่างชาติที่มาไทยเป็นยังไง ความรู้สึกคงไม่ต่างอะไรกับตอนนี้หรอก

เป็นที่แน่นอนว่าหลังจากเดินกันจนขาลากกอปรกับหิมะที่ตกและลมพัดหวิวๆตลอดเวลาก็เลย กลับทางmetroดีกว่า ก็เลยกลับ ไม่งั้นตายแหงๆ แล้วก็มาถึงหอพักโดยสวัสดิภาพ และก็มานั่งจัดการรูปที่ถ่ายไปว่าเป็ยังไง แล้วก็นอน ดีใจจัง พรุ่งนี้ไม่ต้องไปไหน ขอตื่นเที่ยงซักวันเหอะใน1อาทิตย์ที่ผ่านมาเนี่ย อยากจะแย่อยู่แล้ว~

ปล. เป็นคนลำไส้ตรงนี่ก็ดีอย่าง กินเสร็จก็เอาออกตลอด เลยไม่มีปัญหาเรื่องระบบขับถ่ายเท่าไหร่ (แต่มันทำให้หิวต่ออ่ะดิ - - )

วันที่6~ 13มีนาคม 48

Whats up guy?

วันนี้ตั้งใจไว้ว่าจะตื่นเที่ยง แต่ดันตื่นขึ้นมาตอน9โมง.........เอาวะ ถ้าเทียบกับเวลาไทยมันก็บ่ายแล้ว ตื่นก็ตื่น(วะ) - -

ตื่นขึ้นมาก็เริ่มต้นด้วยการหาอะไรเข้าปากเสียก่อนแล้วค่อยทำอย่างอื่น ทำไงได้เมื่อวานตอนจะนอนดันหิวพอดีก็เลยดองไว้มากินวันรุ่งข้นละกันก่อนที่ทรัพยากรอาหารจะหมดไปมากกว่านี้!!! (แต่ดูๆแล้วมันน่าจะอยู่ได้ซักประมาณเดือนนึงล่ะมั้งนั่นน่ะ = = )

หลังจากที่จัดการภารกิจตอนเช้าเรียบร้อยแล้วก็มานั่งสุมหัวดูหนังกัน เพราะไม่มีอะไรทำ (ทั้งๆที่ตั้งใจไว้ว่าจะเอาที่เรียนไปเมื่อวันศุกร์มาดู แต่ตัวขี้เกียจชิงเพาะเป็นฟาร์มซะก่อน :P )

Love is color Blind

บ่าย3แล้ว ตั้งใจไว้ว่าจะไปเล่นเน็ตแต่ไปๆมาๆก็ไม่เอาดีกว่า ออกไปซื้อของ(กิน)มาตุนไว้ดีกว่า ก็เลยย่ำต๊อกไปกับคณะเพนกวิน กว่าจะแต่งตัวเสร็จก็ปาเข้าไป3โมงจะครึ่งแย้ว ตอนไปก็รีบๆจ้ำเอาก็แล้วกัน

วันนี้อากาศข้างนอกไม่ค่อยหนาวเท่าไหร่นัก หิมะเริ่มละลายแล้วก็จริง แต่พื้นถนนก็ยังคงความลื่นเอาไว้ ดูแล้วเหมือนตอนฝนพึ่งหยุดตกใหม่ๆ

และแล้วก็ถึงmagazinจนได้ (ภาษารัสเซียแปลว่าห้างสรรพสินค้าน่อ อย่าไปแปลว่าหนังสือซะล่ะ) ก็พากันเข้าทุกซอกทุกมุมที่มี ซึ่งปกติจะเลือกช่องที่จะเข้าตามที่หัวคิดไว้ว่าจะซื้ออะไร แต่นี่เข้าทุกซอกเพราะอยากรู้ว่ามีอะไรน่าอร่อยบ้าง (ตกลงนี่มาเรียนหรือมาทัวร์บริโภคที่รัสเซียกันเนี่ย???????)

สิ่งที่ทำให้อ้าปากค้างได้คือกองซ็อคโกแลต ราคาถูกมากมาย อย่างritter spotนี่ที่เมืองไทยปาเข้าไป 60บาท แต่ที่นี่ 29รูเบิ้ลเท่านั้น!!!!!!!!!! (เทียบเป็นเงินไทยได้ราวๆ 40บาท ) ถ้าเอาไปขายนี่กำไรเหนาะๆ20บาทเลยนะเนี่ย -3-

เนื่องจากตื่นตาตื่นใจมากกับองกิน ไอ้นู่นก็น่ากินไอ้นี่ก็น่าลอง แต่ก็ต้องนึกถึงทรัพยากรในกระเปาเป็นสำคัญไว้ก่อน เลยได้แต่มองเป็นอาหารตา........................... แต่ไอ้ที่ขาดไม่ได้เลยคือ cheese!!!!!!!!!!!!!!! ใช่เลย ชีสที่เป็นแผ่นๆน่ะแหละ อดมานานแล้ว พอมาถึงแผนกเนยก็พุ่งเข้าไปอยู่คนเดียวท่ามกลางชาวรัสเซีย

เนยที่นี่มีหลายประเภท มีเอาไปทานกับเนื้อสัตว์บ้าง ทานกับแฮมเบอร์เกอร์บ้าง ใส่เค้กบ้าง ก็เลยได้แต่คิดในใจว่าซวยแล้วกู แล้วแบบไหนทานเปล่าๆได้มั่งเนี่ย ปกติตอนอยู่บ้าน เนยยี่ห้อเดียวทำได้ประมาณล้านแปดอย่าง ผลตามมาคือ ซักวันตูต้องกลิ้งแทนเดิน!!!!!!!!!! ก็เลยหยิบเอาเนยที่ใช้ทานกับแฮมเบอร์เกอร์เพราะท่าจะโอเคสุด เนยแบบอื่นกลัวทานเปล่าๆแล้วท้องเสียง่ะ

พอเสร็จก็กลับหอ ตกใจจังแคชเชียร์พูดขอบคุณด้วย หายากมากๆเลยนะเนี่ย รู้สึกว่าที่นี่ถ้าเจอคนรัสเซียใจดีและยิ้มให้นี่กลายเป็นของประหลาดไปซะแล้ว ตอนไปเลือกของกินนี่ก็เจออีกคน เป็นคุณลุงท่าทางภูมิฐาน พอดีจะไปดูของแล้วเขาจะดูบ้าง ก็ยังไงล่ะ.........ต่างคนต่างถอยให้แก่กันน่ะ ก็เลยให้เขาไปดูก่อน แล้วเขาก็ยิ้มตอบกลับมา ถ้าเป็นทั่วไปนี่จะทำหน้าเป็นตูดใส่............................................

แล้วก้ได้เวลาทานอาหารเย็น ตั้งใจว่าจะทำมักกะโรนี แต่ซอสม่ายมี......................ก็เลยเอาน้ำจิ้มสุกี้แทนซอส รสชาติก็โอเคนะ จะเอาไปทำบ้างก็ไม่ว่า ยังไม่มีผลข้างเคียงจนบัดนี้ (5ทุ่ม จากกินเสร็จไปตอนประมาณ 2ทุ่ม)

ผลที่ได้จากการทำมักกะโรนีได้ข้อสรุปว่า อย่าไว้ใจของถูก!!!!!!!!!! เพราะในมักกะโรนีใส่ไส้กรอกที่เล็งเห็นว่าราคาถูกที่สุด แล้วผลเป็นไง ทำเสร็จกินๆไป นี่ใส่ไส้กรอกรึยังหว่า เพ่งๆไป ชะอุ๋ย..............มีเศษๆเนื้อรูปพรรณคล้ายๆไส้กรอกด้วย เละซะไม่มีชิ้นดี ทอดก็แล้ว ต้มก็แล้ว คุณไส้กรอกยังคงความเละเทะหลังทำได้เยี่ยมจริงๆ สงสัยต้องลองเอาไปปิ้งไม่ก็ย่างแล้วล่ะ = =

ถึงเวลานอนแล้วซิ~ ถึงเวลานอนแล้วซิ~ กินเสร็จแล้วก็ได้เวลานอน เพราะพรุ่งนี้มีเรียนต่อ แต่ก็ยังไม่นอนทันทีหรอก รอต่อคิวอาบน้ำ อาบเสร็จก็มานั่งเขียนไดอารี่ แล้วก็นอน (รู้สึกว่าจะเป็นกิจวัตรประจำวันแล้วแฮะ เขียนไดอารี่ก่อนนอนเนี่ย ^^;; )

วันที่ 7~ 14 มีนาคม 48

Rewrite

วันนี้เป็นวันที่2ของการเรียน รู้สึกว่าเริ่มมีอะไรเข้าที่เข้าทางหน่อย อาจารย์ตัวจริงก็มาแล้ว หลังจากที่เมื่อวันศุกร์เป็นแค่อาจารย์แทนเฉยๆ และก็ได้ student card ซะที

ที่นี่ระบบการสอนแปลกๆ วิชาเดียวกันมี อ.2คน แถมเรียน2อาทิตย์ถึงจะเปลี่ยนเป็นอีกวิชานึง (ตอนนี้ต้องเรียน2วิชา คือ listening-speaking กับ business แต่2อาทิตย์นี้ต้องเรียนอย่างแรกไปก่อนแล้วค่อยเปลี่ยน แปลกดี ซักวันต้องลืมแน่ๆว่าวันไหนเรียนอะไร )

เรียนคาบแรกวันแรกก็เริ่มต้นด้วยการพูดแนะนำตัว ก็พูดไปผิดบ้างถูกบ้าง แต่ก็ยังไหวตัวแก้ได้ทัน และค่อนข้างมั่นใจว่าพรุ่งนี้วิชาเดียวกันก็จริงแต่อ.คนละคน ต้องพูดแนะนำตัวอีกแหงๆ สรุป เอาของที่พูดวันนี้ไปพูดดีกว่า เพราะไม่รู้จะเอาอะไรไปพูดเพิ่ม = =

เรียนวันแรกก็ได้เข้าห้องสมุดทันที แลเห็นแล้ว อุ...แม่เจ้า...พึ่งผ่านสงครามอะไรมาซักอย่างรึเปล่า สภาพเก่าๆโทรมๆไงไม่รู้ หนังสือก็โบราณๆสภาพกระดาษเป็นเกี๊ยวกรอบบางช่วง เหลืองซะไม่มี......เห็นแล้วนึกถึงหนังสือมานะมานีตอนเด็กๆ สภาพพอกันเลยว้อย~

เมื่อเข้าห้องสมุด ก็รู้สึกว่าที่นี่ห้ามหยิบจับสิ่งของตามใจชอบ (ยกเว้นพวกตามห้างสรรพสินค้า) เพราะขนาดจะเลือกหนังสืออ่านเองยังไม่ได้เลย แถมตรงโรงอาหาร จะซื้อไอติมที่อยู่ในตู้ทีต้องให้คนขายมาหยิบให้ เวรกรรม...... (แต่กินไอติมท่ามกลางอากาศ -7 -8องศา นี่อร่อยจริงๆ ให้ดิ้นตาย )

วันนี้เสร็จจากเลิกเรียนก็ไปซื้อของต่อ แน่นอนว่าของกินปาเข้าไป95% กลุ้มใจเหมือนกันทำไมกินเยอะขนาดนี้ ปกติอยู่บ้านพอเสร็จจากอาหารเป็นจานตามด้วยนม(เท่าไหร่ไม่รู้ แล้วแต่ความพอใจ) ก็จบแล้วจบเลยกับมื้อนั้น รอมื้อใหม่มาต่อ แต่มาอยู่ที่นี่ จานเดียวไม่พอเสียแล้ว............................ต้องหาอะไรมากินเพิ่มเรื่อยๆ พอดูอีกที เฮ้ย เสบียงจะหมดแล้วว่ะ แต่ความหิวยังไม่หมดเลย (กลับไปได้กลิ้งแทนเดินแน่ช้านนนนนน ม่ายยยยย~~~)

ที่นี่พวกผักใหญ่มากๆ ที่เห็นชัดๆเลยนี่กระหล่ำปลี ใหญ่กว่าหัวชั้นซะอีก ขนาดเอาไปนอนกอดได้เลยนะนี่ แถมต้อนหอมก็เอามาฟันกันได้ ยาวซะไม่มี

และแล้วก็ได้ชิมไข่ปลาคาเวียร์เสียที .... ไม่ค่อยคาวแฮะ เค็มๆ ทานกับcrackerแล้วอร่อยมากๆ รู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ ต้องเอากลับไปทานที่บ้านให้ได้ >_< (ว่าแล้วขากลับคงเหมือนขามา ของกินครึ่งนึง เสื้อผ้าครึ่งนึง มันจะมีประโยชน์อะไร? แถมช็อคโกแลตที่นี่ถูกแถมอร่อยโคตรรรรรรรรรรรอีก )

วันที่ 8~ 15 มีนาคม 48

How do I live?

วันนี้ เรียนวิชาเดิม speaking-listening น่ะแหละ แต่อาจารย์คนอื่นสอนแทน (ทำไมต้องมีอ.2คนด้วยน้าาา ) อ.คนนี้...สอนไม่รู้เรื่องง่ะ......แล้วก็คิดกันอย่างงี้ทุกคน ไม่ใช่แค่ชั้นคนเดียวนะเอ้อ -3- อธืบายวนไปวนมายังไงไม่รู้ กริยาบางตัวคิดว่าเข้าใจแล้วนะ แต่พอคุณเธออธิบายไป ความเข้าใจเริ่มกลับไปเป็น0ใหม่ เวรกรรม แถมตอนที่เจ๊แกสั่งให้อ่าน ก็อ่าน อ่านไปซักพัก เจ๊แกเริ่มอ่านตาม แล้วไปๆมาๆคุณเธอก็อ่านจนจบคนเดียว

โดยที่ตัวนักเรียนยังอ่านไม่ถึงครึ่งเล้ยย สรุปว่าพวกเราอ่านช้าเกินไปไม่ทันใจเขางั้นเหรอ ? งั้นก็อ่านเองดีกว่ามั้งนั่นน่ะ จะเอาอะไรกะคนที่เรียน2ปี อ่านเร็วน่ะได้ แต่มันจะมั่ว เพราะฉะนั้นเลยต้องอ่านอย่างมีสติ มันก็เลยช้าอ่ะ

ต่อๆ หลังจากที่จบจากการเรียนอย่างมึนๆด้วยการอิทธิฤทธิ์การอธิบายคำศัพท์อย่างเทพๆแล้ว ก็กะว่าจะเอาหนังสือที่เรียนวันนี้มาอ่าน แต่อ.ดันเก็บคืนไปซะหมด ด้วยเหตุผลที่ว่า มันยากไปสำหรับพวกเธอ อ๊ากกกกกอยากจะบ้าาา ก็คนมันไม่รู้ศัพท์ง่ะ ถ้าให้เวลาแปลหน่อย แค่นี้มันก็ไม่ยากหรอก เล่มนั้นน่าสนใจมากๆ บอกทุกอย่างเกี่ยวกับมอสโควหมด ไม่ว่าจะเป็นสถานที่สำคัญหรือประวัติเมือง เสียดายว้อยยยยยยยยยยยยยย

บ่นไปก็แค่นั้น คงต้องกระเสือกกระสนไปยืมเอาที่ห้องสมุดเอง จะสื่อสารกับบรรณารักษ์รู้เรื่องมั้ยหว่า เมื่อวานตอนไปยืมหนังสือกับอ.อีกคน พูดกันน้ำไหลไฟดับเลยวุ้ย

เรียนเสร็จ ทำอะไรเสร็จ จะทำการบ้าน พี่เลี้ยงเด็กมาพอดี (ถ้าไม่รู้ว่าใครกรุณาย้อนกลับไปอ่านช่วงวันแรกๆ จำไว้ จะอ่านอะไร อย่าอ่านข้าม เพราะเดี๋ยวมันจะไม่รู้เรื่อง :P ) ก็เลยทำอะไรดีล่ะ ระหว่างทำการบ้านต่อ กับคุยกับเขา (ไหนๆก็มาแล้ว) เลยได้ข้อสรุปว่า ทำทั้งสองอย่างก็แล้วกัน พี่เขาเกียรตินิยมซะด้วย ^o^

หลังจากที่ตัดสินใจได้แล้วว่าจะทำอะไรกับพี่เขา ก็เลยถามคำศัพท์ที่ไม่รู้ ให้เขาอธิบายให้ฟัง (ด้วยความหวังที่ว่าจะรู้เรื่อง) แล้วเฮียแกก็อธิบายอย่างเทพ.......................................ไม่เก็ทอีกแล้ว........เลยมานั่งคิดทีหลังว่าลองเขียนไปตามที่เราเข้าใจมาดีกว่า

ทำการบ้านยังไม่ทันเสร็จดีก็ชวนพี่แกเม้าท์ แล้วคิดเรอะมันจะใช้เวลาในการเม้าท์แค่ไม่กี่นาที ล่อไปซะเกือบ2ชม. คุยนู่นคุยนี่ คุยกันได้ไม่จบซักที พอพี่แกกลับไปก็......การบ้านยังไม่เสร็จเลยว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยย เอาเหอะ อย่างน้อยมันก็เสร็จไปครึ่งนึงละฟะ ไว้ทำต่อพรุ่งนี้หลังจากกลับจากสถานทูตดีกว่า

ว่าแล้วก็นอน..............คร่อกกกก ZZZZZZZZZZZZZZZzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzz

วันที่9~ 16มีนาคม 48

The Way

วันนี้ก็ตื่นด้วยความสดใส........เรอะ? มันต้องเที่ยงเซ่~ ถ้าเป็นวันหยุดอ่ะ พอดีติ