ดองโคตร.....เขียนไว้นานละ แต่พึ่งทำอะไรเรียบร้อยเอาวันนี้เนี่ยแหละ
entryนี้ก็ยังวนเวียนอยู่ในจตุรัสแดงนี่แหละ แต่ขอเจาะเป็นสถานที่แต่ละแห่งน่อ มาจตุรัสแดง ก็ต้องมาที่วิหารSt.Basilด้วยสิ
แล้วมันเกี่ยวอะไรกับหัวหอมล่ะ????
ก็จากที่หลายๆคนพอเห็นยอดวิหารปุ๊ปก็ต้องบอกว่า
"หัวหอมนี่นา!!!!!!!!"
ชื่อ entryครั้งนี้เลยเกิดขึ้นมาด้วยประการฉะนี้แล....
(บางคนบอกเป็น "ขนมอาลัว" ยังมีเลย ถ้าหน้ามืดขึ้นมาคงได้ไปแทะยอดล่ะ)
วิหารนี้ มีความงามตรงที่เด่นเป็นสง่าด้วยยอดทั้ง9ยอดที่ไม่ซ้ำรูปแบบ แต่ใครจะรู้เล่าว่าเบื้องหลังความงามมันช่างโหดร้ายแค่ไหน.........
ว่าแล้วก็ขอเล่าตำนานอันโหดร้ายนั่นหน่อย
ย้อนกลับไปในปีค.ศ.1555 (จำง่ายโคตร) พระเจ้าอีวานที่4 หรือพระเจ้าอีวานจอมโหด (แล้วแต่ว่าใครจะเรียก) ได้สั่งให้นายช่าง2คนอันมีนามว่า บาร์มา กับ โปสนิกสร้างวิหารขึ้นซึ่งก็ได้มาเป็นวิหารSt.Basilแห่งนี้
พอสร้างเสร็จ ความงามของวิหารเป็นที่พอพระทัยแก่พระเจ้าอีวานที่4มาก พระองค์จึงตรัสถามไปว่านายช่างทั้ง2สามารถสร้างวิหารที่สวยงามเช่นนี้ได้อีกหรือไม่
ซึ่งนายช่างทั้ง2ก็ตอบไปว่า
"ได้"
พระองค์จึงบำเหน็จรางวัลให้นายช่างทั้ง2โดยการสั่งให้ควักลูกตาออกเสียทั้ง2ข้าง เพื่อที่จะได้ไม่สร้างวิหารอื่นที่มีความงามเทียบเท่าวิหารนี้อีก
เป็นไงล่ะ โหดดีรึเปล่า ก็ไม่รู้ว่าจริงรึเปล่านะ แต่จากการที่ศึกษาประวัติของกษัตริย์องค์นี้ ทั้งฆ่าลูกชายตนเองเพื่อไม่ให้ขึ้นครองราชย์ ทั้งฆ่าคนที่ตนเองไม่พอใจหรือไม่ไว้ใจอีก ตำนานนี้ก็อาจจะเป็นจริงล่ะนะ
ว่าแล้วก็โปรยรูป
ด้านหน้า ตอนนี้หิมะไม่มีแล้ว เพราะเข้าเริ่มเข้าฤดูใบไม้ผลิ

2คนนี้คือ คุซมา กับมินิน เป็นแกนนำสำคัญในการป้องกันการรุกรานจากชาวโปลและลิทัวเนีย และสามารถรักษากรุงมอสโควไว้ให้ชนรุ่นหลังได้เดินเล่นกัน :P
รูปจำลองวิหารSt.Basil
ทางขึ้น
บันได....นรกมาก แต่ละขั้นทั้งสูงทั้งชันลำบากคนขาสั้นๆจริง~ กว่าจะไต่ขึ้นไปได้นี่........ = =

เพดาน แอ่นอีกแล้ว....ก็มันสวยอ่ะ อยากได้แบบเต็มๆ







ภายในวิหาร ทางวงกตขนาดย่อมนี่เอง ห้องต่างๆเยอะมาก หากันไม่เจอ วนหลายรอบเห็นจะได้
วิวที่มองจากวิหาร