อะไรหนอ โลนึงตั้ง2พันบาทเนี่ย ราคาทองหรอ?? ม่ายช่ายย~~ คำตอบอยู่ในentryนี้แหละค่ะ ลองหาดูสิคะ
ก่อนเข้าเรื่องคงต้องขอแปะคำเตือน(ปนคำใบ้ของคำถามนี้)ไว้หน่อยแล้วว่า Entryนี้...กลับมาเรื่องของกินอีกแล้วล่ะค่า~~ = =''
พูดถึงของกิน บางคนอาจพอเดาออกแล้วสินะว่าต้องเป็น"สิ่งนั้น"แน่ๆ ที่ราคาแพงกระฉูดขนาดนี้ หึๆๆ
ขอย้อนกลับไปที่ Entry นี้ ที่บอกไปว่าได้ gift voucher มาทานบุฟเฟ่ต์ที่โรงแรมHilton ก็เลยจัดการมาวันนี้ซะ ก่อนที่จะหมดเขตซะก่อน......(หมดเขต13มิถุนาน่ะ)
ก่อนมาก็จัดการตัวเองให้พร้อมโดยปล่อยให้ท้องว่างตั้งกะเช้ายันเย็น เป็นการทรมานตัวเองสิ้นดี แต่เพื่อให้ไปแล้วคุ้มค่ากับราคาบุฟเฟ่ต์ที่หัวละ 1,000บาท ไม่รวมเครื่องดื่ม!!! (ขนาดได้gift voucherมากินฟรีนะนั่น..) พอถึงเวลาก็ไปโดยอาศัยShuttle Busที่มาหน้าปากซอยบ้านเราพอดีและนั่งไปจนถึงคลองสาน แล้วก็เดินเข้าโรงแรมดุ่ยๆๆ (โรงแรมอยู่ห่างจากท่าเรือคลองสานนิดนึง)
จากการเดินมาโรงแรมซึ่งผิดวิสัยชาวบ้านทั่วไปที่จะมากันโดยรถส่วนตัวบ้าง รถtaxiบ้าง รถตู้ของทางโรงแรมบ้าง ทำให้เราเจอเหตุการณ์ประหลาดๆดังนี้
ที่บ้าน (ก่อนมา) : "นี่เธอ...คุณหนูจะเดินเข้าโรงแรมเนี่ยนะ???" by ท่านแม่
มันผิดตรงไหนกัน ก็ไหนๆรถฟรีมันไปถึงอ่ะ จะไปเปลืองพลังงานทำไมเล่า ค่าน้ำมันยิ่งโหดๆอยู่ = =''
ก่อนถึงLobbyโรงแรม : คุณยามทั้งหลายแหล่ต่างพากันมองและส่งsignalมาประมาณว่า อีนี่มาทำอะไร เดินเข้าโรงแรมตัวคนเดียวดุ่ยๆ จนชั้นต้องถือบัตรที่ได้จากทางโรงแรมมาไว้ข้างๆลำตัวแล้วหันด้านตราโรงแรมให้เห็นก่อนที่จะโดนลากเข้าไปสอบสวนว่ามาทำอะไร
อันนี้ก็พอเข้าใจแหละว่าความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่ง เจออะไรแปลกๆก็ต้องสงสัยไว้ก่อน
และแล้วก็มาถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ...เฮ....
/me ตบมือให้ตัวเอง แปะๆๆๆ
ว่าแล้วก็จู่โจมของกินทันที แล้วก็ขอแปะรูปล่ะนะ ชดเชยความผิดที่คราวก่อนพลาดไปเพราะความสะเพร่าบางอย่าง
อาหารที่นี่ มีหลากหลายมากๆ ซึ่งก็มีพวกอาหารแปลกๆและเราก็กินไปด้วยความอยากลอง(บวกความตะกละอีกนิดหน่อย)
ขอเริ่มที่เครื่องดื่มหน่อยละกัน
ชาStrawberry อย่างที่บอกตอนต้นว่าไม่รวมเครื่องดื่ม เพราะฉะนั้นมื้อนี้จึงเสียไป 141.24บาท (ค่าชา 120บาท ที่เหลือค่าบริการ+vat)
ชอบแก้วของที่นี่จัง ^^
มาจานแรก....ขนมปังทาเนย ขนมปังที่นี่มีหลายแบบมาก แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นขนมปังที่หาได้ตามร้านอาหารฝรั่งทั่วๆไป แต่มี2อันนี้แหละที่ไม่ค่อยจะเห็น เลยลองซะ

1.Focaccia Bread ดูภายนอกเหมือนแข็งๆ แต่จริงๆแล้วมันก็นิ่มๆนะ อบเนยด้วย จับแล้วมือมันแผลบเลย
2.Brown Bread ชิ้นนี้จะออกเปรี้ยวๆหน่อย แต่นั่นไม่เป็นปัญหาต่อความตะกละของเรา!!!
ตามด้วยจานที่2 (ไอ้2อย่างนี้ อยู่บนจานเดียวกัน แต่ตอนถ่ายแยกเป็นอย่างๆ)
Beef Carpaccio, parmesan flakes, mustard dressing เอิ๊กก ไม่แน่ใจว่าเขียนชื่อผิดรึเปล่า ว่าจะไปเช็คอีกรอบก็ดันลืม
ชิ้นนี้....ดูภายนอก....น่ากินนะ แต่พอกินๆไป......เนื้อดิบนี่หว่า.........เชฟบอกว่ามันจะคล้ายๆพวกลาบน้ำตกบ้านเรา แต่หนูไม่เคยกินอ่ะ~~~ บทสรุปกับอาหารชิ้นนี้ ลงพุงด้วยความงก เอาน่ะ ถึงจะดิบ แต่เขาเอามาให้ทานก็แสดงว่ามันกินได้ล่ะนะ =3=
ชิ้นต่อไป
Smoked Salmon แปลตรงตัวก็แซลม่อนรมควัน ชิ้นนี้ผ่าน เพราะสุกแล้วไม่มีปัญหา~~~
จานที่3 ถือว่าเป็น main courseสำหรับเราเลยก็ว่าได้ เพราะมีแต่เนื้อเป็นองค์ประกอบหลักทั้งนั้น (แต่ละอย่างที่จ้วงมานี่เชฟแนะนำ ถ้าหยิบเองนี่คงคิดแล้วคิดอีก 55)

ช่วงนี้จำชื่ออาหารไม่ทันง่ะ เพราะคุณเชฟก็แนะนำไปเรื่อยๆ เราก็จ้วงไปเรื่อยๆ แต่ขอชมคุณเชฟนะว่าดูแลเราอย่างดีมาก แนะนำตลอด ว่าแต่ละอย่างเป็นยังไง ทำมาจากอะไร ^^ แต่ด้วยความจำที่ยิ่งกว่าปลาทอง2วิก็ลืมหมด.....
1. เป็นซอสที่ทำมาจากเนย จะมันๆหน่อยเอาไว้ทานคู่กับเบอร์ 2
2.มันคือปลาแซลมอนอบ(มั้ง ซักอย่าง) ภายนอกห่อด้วยแป้งแล้วยัดไส้ผักขม
3.เนื้อแกะค่ะ.....ชีวิตนี้ได้ลองเนื้อแกะแย้ววว อร่อยกว่าที่คิด ยกนิ้วให้เลย ^^b
4.เป็นปลาพันธุ์หนึ่ง ชื่ออะไรหว่า...รู้สึกจะพันธุ์ Suzuki (ชื่อมันจะแปลกๆหน่อย พาลให้นึกถึงพวกยี่ห้อรถอะไรเทือกนั้น) ข้างบนโปะด้วยผักขมค่ะ
5.เป็นเนยน่อ ห่อด้วยแป้งซักอย่าง ข้างในก็เป็นผักขม(อีกแล้ว อะไรนักหนากับผักขมหว่า- -;; )
6.Roasted beef เป็นอาหารอย่างเดียวที่จำชื่อได้.... ราดด้วยซอสเกรวี่ อร่อย~~
และแล้วก็มาถึงคำตอบของคำถามนี้ซะทีกับจานที่4.................นั่นก็คือสิ่งนี้!!!!!!!!!
Foi Grasค่ะ!!!! ตับห่านตับเป็ด ที่ว่ากันว่าราคาแพงมากมายมหาศาล พึ่งมีโอกาสกินครั้งนี้เอง
/me น้ำตาไหลพรากๆๆๆ
แป้งที่เห็นนั้น จากการได้คุยกับเชฟที่รู้จักคนหนึ่ง เขาบอกว่ามันคือ ลาวิโอรี่ เป็นเกี๊ยวฝรั่ง
ส่วนตับเป็ดจะถูกกว่าตับห่าน (ที่เห็นอยู่นี่รู้สึกจะเป็นตับเป็ดค่ะ ได้ยินเชฟที่นั่นพูดกัน) ส่วนเรื่องระดับคลอเรสเตอรอลนั้น.........สูงพอๆกันค่ะ!!!! (กรี๊ดดดดดด) แล้วก็จะนิยมทำเป็นเครื่องเคียงอาหารจำพวกเสต็ก ทานเปล่าๆนี่ไม่ค่อยอร่อย
และอีกอย่างที่ได้รับทราบมาก็คือ ตับของบ้านเราไม่มีคุณภาพจึงต้องสั่งซื้อจากฝรั่งเศส ซึ่งฟังแล้วก็ขนลุกอยู่ไม่น้อยเลย ว่าจะได้มีโอกาสมาทานของแพงขนาดนี้ ถึงจะเป็นเศษเสี้ยวเล็กๆก็เถอะ(ซึ่งก็ขอเบิ้ลไปอีก1 ไม่รู้คนทำจะคิดยังไง ก็มันอร่อยง่ะ ทานแล้วเหมือนจะละลายในปาก จริงๆนะ)
ไส้ในไม่ทราบว่าทำจากอะไร หวานๆเปรี้ยวๆ เห็นป้ายบอกว่าเป็นคาราเมล ก็ยังมึนๆอยู่คาราเมลนี่มีรสเปรี้ยวด้วยเรอะ
ขออภัยที่รูปไม่ชัด พยายามอย่างเต็มที่แล้ว งื้ดดด
จบเรื่องตับๆไปแล้วก็มาจานต่อไป....(คนหรือนี่?? = ='')
จานที่ 5 กับอาหารสามัญประจำบ้าน ก๋วยเตี๋ยวเป็ด :3 (แต่ระดับโรงแรม)
ที่ถ่ายมานี่คือสะดุดตรงชามค่ะ ชามหิน หนักมากกกกก ตอนปรุงนี่คุณเชฟคนที่แนะนำเราเรื่องอาหารบอกใหญ่เลยว่าชิมให้แน่ใจก่อนนะ จะได้ไม่ต้องแบกมาปรุงเพิ่ม (แถมตอนจะปรุงนี่เกือบใส่ซีอิ๊วแทนน้ำปลาซะแล้ว ดีว่าเชฟยั้งไว้ก่อน = ='' )
ก้นชาม พยายามถ่ายหายี่ห้อชาม แต่ก็ถ่ายไม่ติดซักที เป็นชามของ Royal Lacewood
จานที่ 6......กระเพาะ4มิติจริงเฟ้ยชั้น!!
พวกซูชิ ข้าวปั้นที่เห็นตามร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป (แต่ก็ยังไปคว้ามาอีกนะ) ปริมาณเริ่มน้อยลงละ เริ่มอิ่ม....*_*
จานที่ 7 ก็เป็น foi grasอีกแหละ ของแบบนี้ต้องขอ 2 (ไม่มีรูปเพราะมันก็หน้าตาเหมือนๆกัน)
จานที่ 8 เริ่มเป็นของหวานคะ หลังจากที่เป็นของคาวมาหลายจานแล้ว

1.เป็นทาร์ตผลไม้ของโปรด~
2.Lemon Citrus ก้อนกลมๆรีๆลายขวางเป็นแป้งคะ ทานแล้วเหมือนแป้งโดนัทเลย จานนี้เปรี้ยวๆตามชื่อ
3. Opera cake หยิบมาตอนแรกนึกว่าเป็น Toffi cake แต่เลเยอร์ชั้นบนมันไม่ใช่น่ะ กินแล้วมันหนุบๆ
จานที่ 9
Strawberry Yogurt Delight อย่างชอบเลยล่ะ ข้างบนแปะสตรอเบอร์รี่แล้วข้างใต้ครีมก็มีสตรอเบอร์รี่อีก (ถึงจะผ่าเป็นซีกๆก็เถอะ) หมดด้วยเวลาอันรวดเร็ว เพราะปริมาณน้อยเหลือเกิน
จานที่ 10 จานสุดท้ายแล้ว!!!
ผลไม้น่อ เอามาล้างปากสารพัดอย่างที่ทานลงไป ^^'' ติดใจแตงโมมาก เหลือแดง~
สีเหลืองแดง นี่หรือคือธรรมศาสตร์~~ (เกิดอารมณ์รักสถาบันขึ้นมาเลยขอซะหน่อย :D )
แล้วก็ปิดท้ายด้วยรูปที่โซนตักอาหารบางส่วน (ถ่ายตอนอิ่มแล้ว จะลุกไม่ขึ้นอยู่แล้วตอนนั้น หนักพุง~)
พออิ่มอืดจนลุกไม่ขึ้นก็กลับบ้าน ว่าจะกลับเอง แต่เกิดอาการหนักพุงขึ้นมา เกรงว่าจะตายกลางทางเลยเรียกร้องตัวช่วยคือท่านแม่ที่รัก แม่จ๋า~~ มารับหนูหน่อย หนักพุงง่า เดินไม่ไหว ToT แต่มันก็ดึกด้วยแหละ ตอนนั้นเป็นเวลา3ทุ่มครึ่ง (นั่งแช่ตั้งกะ6โมงครึ่ง) ถ้ารอShuttle Busนี่....มันมืดแล้ว ไม่ปลอดภัยเท่าไหร่ เลยหาคนมารับดีกว่า :D
หวังว่าที่หม่ำๆไปนี่มันคงจะคุ้มค่ากับราคาพันนึงนะ (อยากเห็นราคาของแต่ละอย่างที่กินไปจัง)
ยาวไปหน่อย....(พูดเหมือนปกติไม่ยาวเลยหนิ) แถมเป็นเรื่องของกินอีกแล้ว หมู่นี้รู้สึกว่าชีวิตตัวเองจะหลีกหนีไม่พ้นเรื่องของกินเลยแฮะ ทำไมกันหนอ???? ถ้าเบื่อๆประมาณว่าของกินอีกแล้ว ก็ขออภัยน่อ >_<''