รู้สึกว่าเขียนmemoเตือนตัวเองไปก็ไม่ได้ผล เพราะเขียนไปก็ลืม ตัวขี้เกียจก็งอกเงยเป็นว่าเล่น แถมเน็ตอืดอีก โหลดของทีไม่ต้องทำอะไรเลย...แย่จริง....... แต่ก็สลัดความขี้เกียจหลุดออกไปได้เป็นพักๆล่ะนะ ว่าแล้วก็ขอเข้าเรื่องเลยดีกว่า....
ก้าวแรกที่มาถึงที่เซนต์ปีเตอร์(วันศุกร์ที่ 5ตุลาคม 2550 ) เราก็ถูกนำตัวส่งไปยังที่พัก ซึ่งไม่ใช่ที่พักที่เราจะอยู่ไปตลอดจนจบการศึกษา มันเป็นโรงแรมของทางมหาวิทยาลัย ซึ่งเก็บค่าพักคืนละ 500รูเบิ้ล (นี่ราคานักศึกษานะ) โดยที่เจ้าหน้าที่ของทางมหาวิทยาลัยบอกว่า เดี๋ยววันจันทร์ (8 ตุลา) ก็ย้ายออกไปอยู่หอจริงๆแล้ว แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ ต้องอยู่ไปอีก10วันถึงจะไปอยู่หอ เฮ้ออออออ ในเมื่อทางมหาวิทยาลัยทราบว่าจะมีเด็กมาเรียนทำไมไม่จัดการเรื่องที่พักให้เรียบร้อยตั้งแต่แรกนะ.....
ว่าแล้วก็แปะรูปซะ
ทางเดินในโรงแรม ถ่ายออกมายังกับบ้านผีสิง
เตียงที่นอนได้แค่10วันก็ต้องไปอยู่ที่อื่น เตียงริมผ้าม่านนั่นเตียงเราเอง ว่างๆก็เปิดม่านนั่งดูชีวิตชาวเมืองนี้ไปเรื่อยเปื่อย
ตู้เสื้อผ้าที่มีของไม่เยอะ เพราะไม่ได้อยู่ถาวร
มีของพร้อม น่าอยู่ แต่ก็ไม่ได้อยู่
ตรงข้ามห้องน้ำ จะเป็นอีกห้องนึง (ไม่ใช่ประตูข้างๆนะ นั่นประตูเข้าห้อง)
และแล้วเวลาผ่านไป10วัน ก็ต้องระหกระเหินไปอยู่หอ
ซึ่งไกลจากมหาวิทยาลัยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
นั่งรถไฟใต้ดินไปประมาณ10สถานี
ใช้เวลาเดินทางรวมแล้วประมาณ1ชม. (มหาวิยาลัยตั้งอยู่ใจกลางเมือง ส่วนหอตั้งอยู่ซะนอกเมือง เข้ากันซะไม่มี...)
ทางเดินบริเวณหอ ที่เห็นลิบๆนั่นคือตึกอาบน้ำ (แบบว่าที่นอนกับที่อาบน้ำอยู่คนล่ะตึกกันน่ะ)
ซูมเข้ามาหน่อย ไปอาบบ่อยจนคนเฝ้าจำหน้าได้แล้ว
แสงแดดยามเย็นแถวหอ มีไปก็แค่นั้นแหละ ไม่ได้ช่วยให้อุ่นขึ้นเท่าไหร่
นี่แหละ ที่ซุกหัวนอนของเรา และเป็นที่ชิ้งฉ่องสำหรับพวกขี้เมา
บางทีอาบน้ำเสร็จเดินมาเห็นกำลังยิงกระต่ายอย่างสนุกสนานท่ามกลางอากาศติดลบ เอิ๊ก.....
ประตูเข้าหอ หนักมาก อยากเล่นกล้ามก็มาเปิด-ปิดประตูเอาได้ เหล็กทั้งนั้น
ทางเดินรอบๆหอ...เห็นหิมะสวยงามขาวโพลนแบบนี้ วันไหนที่หิมะละลายก็กลายเป็นโคลนเละๆในบัดดล
ลืมถ่ายทางเข้าห้องมา ขออภัย เอาเป็นว่าคล้ายๆทางเข้าห้างที่จะมีเหล็กหมุนๆกั้นอยู่ จะเข้าทีก็ต้องโชว์บัตรหอให้คนเฝ้าถึงจะเข้าได้ แล้วก็มีกล้องวงจรปิดด้วยล่ะ ซึ่ง...ไม่ค่อยช่วยอะไรเท่าไหร่....
มาดูห้องครัวกันเลยดีกว่า....
ห้องครัวก็ใช้รวมกัน หนึ่งชั้นมีห้องครัวหนึ่งห้อง
แก๊ส ต้องเปิดวาล์วก่อนแล้วค่อยใช้ไม้ขีดจุด (จะใช้ไฟแช็คก็ได้ อะไรก็ได้ที่จุดไฟได้น่ะ)
ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมีกระจกตรงอ่างล้างมือด้วย ล้างจานไป ส่องหน้าไป?
ของกิน...ซักอย่าง ไปแอบถ่ายมา เจ้าของไม่อยู่
แล้วก็ถึงห้องนอนซะที
ที่แขวนโค้ท แขวนหมวก จะแขวนอะไรก็ว่ากันไป
โต๊ะ.....ที่คิดว่าให้ใช้ทำการบ้าน แต่ก็กลายเป็นโต๊ะเสบียงไปแล้ว
เชื่อไหมว่าตอนถ่ายนี่ยืนติดประตูแล้ว ห้องนี้ยัดกันเข้าไป 4คน
ตู้เสบียง
ชั้นวางของ รกมาก ตอนถ่ายลืมจัดให้มันดีๆ
ทีวี ตู้เย็น ที่ต้องซื้อเข้ามาเอง เพราะหอไม่มีให้
ห้องน้ำไม่ได้ถ่าย....
เพราะสภาพเหมือนผ่านสงครามโลกมาหลายสมัย แถมซกมกอีกต่างหาก...
กำแพงนี่มีลายๆด่างๆเต็มไปหมด สงสัยอยู่ว่าทำธุระส่วนตัวกันอีท่าไหน
ถึงได้สรรค์สร้างกำแพงธรรมด๊าธรรมดาให้มีลายขึ้นมาได้
(ห้องน้ำก็เหมือนห้องครัว ใช้รวมกัน)
ย้อนกลับมาตึกอาบน้ำ มีเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญด้วยนะ แล้วก็มีตู้อบผ้าด้วย
สถานที่ต่อไปที่จะนำเสนอ....คงต้องขอทำเป็นlinkเนื่องจากเป็นห้องอาบน้ำ
ก็หาดูดีๆละกันว่ามันอยู่ไหน ถ่ายด้วยกล้องมือถือ บางภาพอาจไม่ชัดเท่าไหร่..... จะพกกล้องไปก็กระไรอยู่....
ห้องอาบน้ำที่นี่ เป็นห้องอาบน้ำรวม (แต่แยกหญิงชายนะ อย่าพึ่งเข้าใจว่ารวมหมด) และแน่นอนว่า
จะเห็นกันหมดว่าของใครใหญ่บิ๊กเบิ้มแค่ไหนตั้งแต่หัวจรดเท้า
ตอนแรกๆก็อายอยู่หรอก แต่ไปๆมาๆก็เริ่มชิน ของฝรั่งก็แค่นี้เอง บางคนใหญ่ทั้งบนทั้งล่างเลย..... = =
นอกจากนี้ยังมีเวลาใช้บริการด้วยนะ
มีรอบเช้าตอน 10โมงถึงบ่าย 2 รอบเย็น 5โมงถึง5ทุ่ม (มั้ง) และก็มีวันปิดด้วย
แต่มีที่อาบน้ำ2ตึกซึ่งวันปิดคนละวันกัน เราเลยได้ไปอาบน้ำทุกวัน มิได้ขาด
(ยกเว้นตอนจะไปเรียน เพราะมีเรียนตอน9โมงครึ่ง)
ก็พอเข้ามาก็จะเป็นที่กว้างๆมีที่ไว้ของเตรียมพร้อมไปอาบน้ำ แล้วก็ แบ่งเป็นช่องๆ มีที่ไว้ล้างรองเท้าด้วย เพราะจะให้ลากแตะเดินมาก็ไม่ไหว นิ้วแข็งก่อน มีที่ให้ล้างรองเท้าเพราะรองเท้าที่เอาไว้ใส่อาบน้ำกับใส่ในห้องมันอันเดียวกัน...
และแล้ว....ก็มาถึง....ที่สำหรับอาบน้ำ
ก็แบ่งเป็นช่องๆเหมือนคูหาเวลาเลือกตั้งน่ะ ประมาณว่าถ้าหันหน้าออกนี่ก็เห็นหมดเลย....แต่ช่วงอากาศหนาวไม่ค่อยมีใครมาเท่าไหร่ บางทีเข้าไปนี่มีอยู่ไม่ถึง3คน....
เมื่ออ่านถึงตรงนี้แล้ว คงเห็นแล้วสินะว่ามันเป็นยังไง
/me หนีบรรดาผู้เข้าชม
.
.
.
.
.
.
แถมๆ
หิมะที่ไปเก็บมาจากข้างทาง
เผลอแป๊ปเดียว ละลายซะแล้ว






