โดยปกติแล้ว เราไม่ค่อยชอบอัพบลอคติดๆกันเท่าไหร่ ซึ่งหลายท่านคงจะทราบดีอยู่แล้ว ขนาดมีเรื่องจ่อคิวยาวเป็นหางว่าวยังดองได้เลย.........
แต่มาคราวนี้..ขอหน่อยเถอะ แบบว่ามันคันปากอยากเห่าจะแย่อยู่แล้ว
"สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น" สุภาษิตโบราณที่แม้จะเวลาจะผ่านไปนานน้านนานเท่าไรก็ยังใช้ได้จนบัดนี้ ทำไมถึงยกอันนี้ขึ้นมาน่ะเหรอ เพราะเรื่องมันมีอยู่ว่า....
เมื่อกล่าวถึงบูธเนชั่น คนทั่วไปก็จะนึกถึงบรรดาสต๊าฟหน้ามึนทั้งหลายที่มาช่วยงานในอารมณ์ที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สติล่องลอยหายไปไหนก็ไม่อาจทราบได้จนเรื่องนี้ได้กลายเป็น Talk of the Town เวลามีการออกบูธของสำนักพิมพ์เครือนี้ไปเรียบร้อยแล้ว ไอ้เราเองก็เคยรับทราบมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนักเนื่องจากไม่ค่อยจะไปยุ่งตามบูธการ์ตูนเท่าไหร่ เพราะคนมันเยอะ เข้าไม่ค่อยจะถึง
พอมาครั้งนี้ เวรกรรมได้ชักพาให้ไปซื้อ "Path of Fujiko F. Fujio"มา เนื่องจากไปซื้อนอกงานคงคิดแล้วคิดอีกเพราะราคา195บาทนั้นค่อนข้างเอาเรื่องอยู่สำหรับเราที่เป็นโรคทรัพย์จางเรื้อรัง
เมื่อหาเป้าหมายได้แล้ว ก็ไปจ่ายเงิน ร่ายน้ำมาตั้งเยอะ ใจความสำคัญมันนับต่อจากนี้แหละ
เรา : จ่ายเงินค่ะ (ด้วยน้ำเสียงหวานสุดๆ กลัวใช้เสียงปกติแล้วอีกฝ่ายจะนึกว่าจะโดนจับกินไหมวะกู)
สต๊าฟ : (นิ่งไปประมาณ10วิเห็นจะได้) ครับ? อะไรนะครับ?
เรา : .....จ่ายเงินค่ะ (น้ำเสียงเริ่มลดความหวานลงไปหน่อย)
สต๊าฟ : .......ครับ? อะไรนะครับ?
เรา : จ่ายเงิน(ว้อย)ค่ะ (ใครจ้างหุ่นยนต์มาทำงานเนี่ย???)
ตอนที่พูดออกไปนี่ก็กระแทกสันหนังสือดังปึ้ง (แต่ไม่ดังมากนะ เสียงกระทบกับหนังสือน่ะ)
รู้อยู่ว่าไม่ค่อยสมควรเท่าไหร่ที่ทำแบบนี้ แต่...แต่....แต่..........จะอ้างว่าเพราะคนเยอะเลยยุ่งๆกันหรือเสียงดังเลยฟังไม่ชัดก็เป็นไปไม่ได้ เพราะตอนนั้นคนโล่งซะจนพาหมามาเดินเล่นได้น่ะ!!! ว้อยยย~~~~ จากเหตุการณ์นี้เข้าใจความรู้สึกของผู้ที่เจออะไรประมาณนี้อย่างรู้ซึ้งเต็มอกเลยทีเดียว ดีนะไม่เอาหนังสือตบเรียกสติ กลัวหนังสือเยิน อุตส่าห์เลือกมา
ถ้าทางสำนักพิมพ์บังเอิญเห็นEntryนี้ กรุณาไปปรับปรุงโดยด่วน หน้าที่บริการต้องมีสติอยู่เสมอ ไม่ใช่เป็นแบบนี้
แล้วก็จบไปอีกวันสำหรับงานสิ้นเนื้อประดาตัวแห่งชาติ หรือมีชื่อภาษาอังกฤษเก๋ๆจากคนแถวๆนี้ว่า National Bankruptcy Fair ค่าเสียหายโดยประมาณอีกนิดนึงก็2พัน เอิ๊ก~ มีแผนจะไปเดินต่ออีกซักวันนะเนี่ย คงต้องคิดดีๆซะแล้ว ไม่งั้นเดือนนี้ทั้งเดือนไม่ต้องทำอะไรแล้ว หมดตัว
====================
แถมๆ เมื่อเสียพลังงานไปกับงานดังกล่าวก็เลยไปหาอะไรกินกัน ซึ่งก็ไปลงเอยที่ Bekku สาขาสุขุมวิท อ่าน Reviewได้ ที่นี่ แล้วต่อท้ายขนมหวานที่ร้าน Cherubin อ่านReviewได้ ที่นี่ (ซึ่งที่ตั้งระหว่าง2ร้านนี้ก็ไม่ได้ใกล้กันเท่าไหร่ เดินไปประมาณ 7ซอย ความต้องการในอาหาร ทำให้คนเราไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก~)
และนี่ก็เป็นรูปเค้กบางส่วน(เนื่องจากไปกิน2คน แถมสั่งมาอย่างเดียวกันอีกตะหาก)
ราคาเค้กที่นี่ส่วนมากจะ110บาท ส่วนเครื่องดื่มถ้าเป็นพวกช็อคโกแลตจะราคา80-90บาท ส่วนน้ำผลไม้ราคา 50 บาท
Brownie Cheesecake
ไส้ในของส่วนหน้าเค้ก
น้ำแอปเปิ้ล
Mint Chocolate ซักอย่าง ชื่อยาว จำไม่ได้ - -
ข้างนอกมีปลาคาร์พด้วย ทำหน้าตาเหมือนอยากกิน
ปัง!