Food

งึมๆ หลังจากที่ดองไว้นานหลายวัน มีใครคิดว่าเจ้าของBlogหายสาปสูญไปบ้างรึเปล่าเนี่ย :P แต่ก็ยังโผล่ไปเยี่ยมเยียนเพื่อนๆพี่ๆเรื่อยๆน้าา

เข้าเรื่องเสียที......... เห็น"Eat"จั่วหัว ก็ไม่พ้นเรื่องของกิน(อีกแล้ว) อัพเรื่องของกินติดๆกันเลยนะเนี่ย

/me เตรียมการลดน้ำหนักโดยด่วนนนนนนนน

อากาศร้อนแบบนี้(ถึงจะมีฝนตกบ้างก็เถอะ) คงไม่มีอะไรดีไปกว่าหนีไปอยู่ที่เย็นๆ หาของเย็นๆคลายความร้อนล่ะนะ

ในขณะที่กำลังอับจนหมดหนทางว่าจะไปคลายร้อนที่ไหนดี ไปทะเลเรอะ? แกลบน่อ แถมจะสอบปลายภาคของซัมเมอร์แล้วด้วย แง่บๆ แล้วพอดีช่วงนี้ ที่เซ็นทรัลพระราม3 มีงาน Ice-Cream Festival ก็เลยลากเพื่อน(แกมบังคับ)ไปด้วยกันซะดีๆ เหอๆๆ

*งานนี้มีถึงแค่วันที่30เมษายนนี้เท่านั้น

จะไปก็รีบๆไปนะ เดี๋ยวจะอดซะก่อน

ไปถึงก็เดินวนๆๆก่อนเลยว่ามีอะไรมั่ง งานนี้มีบุฟเฟ่ต์ไอศครีมด้วย เด็ก 69บาท ผู้ใหญ่ 139บาท จำกัดเวลาแต่ละรอบเพียง1ชั่วโมง เพราะกลัวไม่คุ้มก็เลยไม่ได้เข้าไปทาน ไปทานตรงอีกส่วนที่แยกออกมาแทน

ว่าแล้วก็โปรยรูป ไม่โหลดโหดหรอก มัวแต่กินๆๆๆ ไม่ได้ถ่ายอะไรเท่าไหร่ (แถมหนักพุง ขยับไม่ไหว :P)

ไอติมยักษ์!!!



เวที จะอยู่ติดกับส่วนที่เป็นบุฟเฟ่ต์ เดาว่าพอถึงเวลาเปิดให้ทานแบบบุฟเฟ่ต์ก็คงมีกิจกรรมอะไรบนเวทีล่ะมั้ง



ร้านบางส่วนที่มางานนี้

จริงๆมีเยอะมาก Magnolia, Swensen's, ลูกเสือ, ณ สยาม และร้านอื่นๆอีกมากมาย แต่ก็อย่างที่บอกไว้ข้างต้นแหละ ติดพันธะทางการกิน = =''




ร้าน Ice Stone ติดใจกับป้ายร้านเลยถ่ายมาซะหน่อย

แล้วก็มาถึงไอศครีมที่ซัดลงไปในกระเพาะ4มิติ..................


เริ่มจาก ไอติมโบราณ ซึ่งเข้าปากอย่างรวดเร็วจนไม่ได้ถ่าย ก็มันชอบง่ะ



Banana Strawberry จาก Italian Gelato รสชาติแปลกๆดี หวานๆอมเปรี้ยวนิดหน่อย กล้วยกับสตรอเบอร์รี่ผสมกัน ^^



อันนี้....ไอศครีมนมล่ะมั้ง..รสเหมือนนมหวาน ได้มาฟรีเพราะหลังจากที่ซื้อBanana Strawberryมาแล้วกำลังจะไปที่กิน คนขายก็เอาเจ้านี่มาให้ลองชิมดู เลยไม่ได้สังเกตชื่อร้าน ฮี่...


ไอศครีมนมบูด....ไม่ใช่.....โยเกิร์ต จาก Sweet Pharm คนขายหน้าเข้มไปนิด แต่อัธยาศัยดีมากๆ คนเราดูกันแค่ภายนอกไม่ได้เลยล่ะ แนะนำหลายอย่าง แล้วก็ขอชิมไป2รสคือ Bluechip (หรือ Bluemintหว่า อะไรบลูๆซักอย่าง ) กับโยเกิร์ต จะชิมอีกก็เกรงใจ ก็เลยจบด้วยการเลือกโยเกิร์ตมาหม่ำ เพราะอีกรสที่ชิมมันคล้ายๆButter Scott และอารมณ์นั้นอยากกินอะไรเปรี้ยวๆด้วยแหละ คนมันชอบน่ะ ^^



บรรยากาศในงาน คนไม่มาก แต่ไม่มีที่นั่ง ที่นั่งน้อยอ่ะ

เสร็จจากไอศครีมก็ยังรู้สึกว่าไม่หนำใจ ก็เลยไปหาอะไรหม่ำต่อ (คนหรือนั่น) แล้วก็สะดุดตรงร้าน Pasta&Charlie ด้วยเหตุผลที่ว่า

.......ฉลองครบรอบ(กี่ปีไม่รู้ จำไม่ได้) ลด25% ก็เลยเข้าไป เหอๆๆๆ เหตุผลช่าง.....มาก............แถมลดถึงแค่สิ้นเดือนนี้เท่านั้น!!!

อาหารที่สั่งไปก็คือเจ้านี่



Spaghetti with Stroganov Sauce


ก็ขอพูดถึงอาหารชนิดนี้เสียหน่อย


สโตรกานอฟเป็นอาหารรัสเซียชนิดหนึ่ง ซึ่งขอบอกไว้เลยว่า ไม่เคยลองของจริง เพราะตอนไปอยู่ที่นู่น อาหารตามร้านอาหารจะแพงมาก (ที่จำได้จนบัดนี้คือน้ำเปล่าขวดเท่ากับกระป๋องโค้กราคา 70รูเบิ้ล อ๊ากกก ตีเป็นเงินไทยก็เกือบร้อยอ่ะ ) นักศึกษาจนๆอย่างข้าพเจ้า การทำอาหารกินเองจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด พวกอาหารรัสเซียแท้ๆจึงไม่ได้ผ่านลิ้นเลย ถ้าไปอีกคงต้องขอแก้ตัวใหม่ เสียดายมากๆ

เนื่องจากไม่เคยทานของจริงจึงไม่สามารถบอกได้ว่าที่ทานไปนั้น มีความใกล้เคียงกับของจริงมากน้อยแค่ไหน แต่ที่ทานไปวันนี้รสชาดจะคล้ายๆกับอาหารจำพวกสตูว์แฮะ อร่อยดี ไม่เหมือนสาขาอื่น ทานแล้วยังกะราดหน้าใส่เส้นสปาเกตตี้ (ตอนสั่งนี่ก็หวั่นๆใจอยู่ว่าจะออกมารสราดหน้ารึเปล่าหว่า แต่ไม่ใช่ ค่อยโล่งใจหน่อย)

พอทานเสร็จ ก็สะดุดกับร้านนึง เลยแว่บไปถ่ายมา


ใครเคยไปลองบ้าง ขอความเห็นหน่อย ชุดพนักงานเป็นชุดประจำชาติเลยน่ะ (ไปเห็นมาในห้องน้ำ) ลายเมนูก็เป็นตัวละครที่อยู่ในหนัง ส่วนรายการอาหารก็เป็นอาหารที่อยู่ในหนังอีกนั่นแหละ (เพื่อนบอกมา เพราะไม่เคยดู)

อะไรหนอ โลนึงตั้ง2พันบาทเนี่ย ราคาทองหรอ?? ม่ายช่ายย~~ คำตอบอยู่ในentryนี้แหละค่ะ ลองหาดูสิคะ

ก่อนเข้าเรื่องคงต้องขอแปะคำเตือน(ปนคำใบ้ของคำถามนี้)ไว้หน่อยแล้วว่า Entryนี้...กลับมาเรื่องของกินอีกแล้วล่ะค่า~~ = =''

พูดถึงของกิน บางคนอาจพอเดาออกแล้วสินะว่าต้องเป็น"สิ่งนั้น"แน่ๆ ที่ราคาแพงกระฉูดขนาดนี้ หึๆๆ

ขอย้อนกลับไปที่ Entry นี้ ที่บอกไปว่าได้ gift voucher มาทานบุฟเฟ่ต์ที่โรงแรมHilton ก็เลยจัดการมาวันนี้ซะ ก่อนที่จะหมดเขตซะก่อน......(หมดเขต13มิถุนาน่ะ)

ก่อนมาก็จัดการตัวเองให้พร้อมโดยปล่อยให้ท้องว่างตั้งกะเช้ายันเย็น เป็นการทรมานตัวเองสิ้นดี แต่เพื่อให้ไปแล้วคุ้มค่ากับราคาบุฟเฟ่ต์ที่หัวละ 1,000บาท ไม่รวมเครื่องดื่ม!!! (ขนาดได้gift voucherมากินฟรีนะนั่น..) พอถึงเวลาก็ไปโดยอาศัยShuttle Busที่มาหน้าปากซอยบ้านเราพอดีและนั่งไปจนถึงคลองสาน แล้วก็เดินเข้าโรงแรมดุ่ยๆๆ (โรงแรมอยู่ห่างจากท่าเรือคลองสานนิดนึง)

จากการเดินมาโรงแรมซึ่งผิดวิสัยชาวบ้านทั่วไปที่จะมากันโดยรถส่วนตัวบ้าง รถtaxiบ้าง รถตู้ของทางโรงแรมบ้าง ทำให้เราเจอเหตุการณ์ประหลาดๆดังนี้

ที่บ้าน (ก่อนมา) : "นี่เธอ...คุณหนูจะเดินเข้าโรงแรมเนี่ยนะ???" by ท่านแม่

มันผิดตรงไหนกัน ก็ไหนๆรถฟรีมันไปถึงอ่ะ จะไปเปลืองพลังงานทำไมเล่า ค่าน้ำมันยิ่งโหดๆอยู่ = =''

ก่อนถึงLobbyโรงแรม : คุณยามทั้งหลายแหล่ต่างพากันมองและส่งsignalมาประมาณว่า อีนี่มาทำอะไร เดินเข้าโรงแรมตัวคนเดียวดุ่ยๆ จนชั้นต้องถือบัตรที่ได้จากทางโรงแรมมาไว้ข้างๆลำตัวแล้วหันด้านตราโรงแรมให้เห็นก่อนที่จะโดนลากเข้าไปสอบสวนว่ามาทำอะไร

อันนี้ก็พอเข้าใจแหละว่าความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่ง เจออะไรแปลกๆก็ต้องสงสัยไว้ก่อน

และแล้วก็มาถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ...เฮ....

/me ตบมือให้ตัวเอง แปะๆๆๆ

ว่าแล้วก็จู่โจมของกินทันที แล้วก็ขอแปะรูปล่ะนะ ชดเชยความผิดที่คราวก่อนพลาดไปเพราะความสะเพร่าบางอย่าง

อาหารที่นี่ มีหลากหลายมากๆ ซึ่งก็มีพวกอาหารแปลกๆและเราก็กินไปด้วยความอยากลอง(บวกความตะกละอีกนิดหน่อย)

ขอเริ่มที่เครื่องดื่มหน่อยละกัน

ชาStrawberry อย่างที่บอกตอนต้นว่าไม่รวมเครื่องดื่ม เพราะฉะนั้นมื้อนี้จึงเสียไป 141.24บาท (ค่าชา 120บาท ที่เหลือค่าบริการ+vat)

ชอบแก้วของที่นี่จัง ^^

มาจานแรก....ขนมปังทาเนย ขนมปังที่นี่มีหลายแบบมาก แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นขนมปังที่หาได้ตามร้านอาหารฝรั่งทั่วๆไป แต่มี2อันนี้แหละที่ไม่ค่อยจะเห็น เลยลองซะ

1.Focaccia Bread ดูภายนอกเหมือนแข็งๆ แต่จริงๆแล้วมันก็นิ่มๆนะ อบเนยด้วย จับแล้วมือมันแผลบเลย

2.Brown Bread ชิ้นนี้จะออกเปรี้ยวๆหน่อย แต่นั่นไม่เป็นปัญหาต่อความตะกละของเรา!!!

ตามด้วยจานที่2 (ไอ้2อย่างนี้ อยู่บนจานเดียวกัน แต่ตอนถ่ายแยกเป็นอย่างๆ)

Beef Carpaccio, parmesan flakes, mustard dressing เอิ๊กก ไม่แน่ใจว่าเขียนชื่อผิดรึเปล่า ว่าจะไปเช็คอีกรอบก็ดันลืม

ชิ้นนี้....ดูภายนอก....น่ากินนะ แต่พอกินๆไป......เนื้อดิบนี่หว่า.........เชฟบอกว่ามันจะคล้ายๆพวกลาบน้ำตกบ้านเรา แต่หนูไม่เคยกินอ่ะ~~~ บทสรุปกับอาหารชิ้นนี้ ลงพุงด้วยความงก เอาน่ะ ถึงจะดิบ แต่เขาเอามาให้ทานก็แสดงว่ามันกินได้ล่ะนะ =3=

ชิ้นต่อไป

Smoked Salmon แปลตรงตัวก็แซลม่อนรมควัน ชิ้นนี้ผ่าน เพราะสุกแล้วไม่มีปัญหา~~~

จานที่3 ถือว่าเป็น main courseสำหรับเราเลยก็ว่าได้ เพราะมีแต่เนื้อเป็นองค์ประกอบหลักทั้งนั้น (แต่ละอย่างที่จ้วงมานี่เชฟแนะนำ ถ้าหยิบเองนี่คงคิดแล้วคิดอีก 55)

ช่วงนี้จำชื่ออาหารไม่ทันง่ะ เพราะคุณเชฟก็แนะนำไปเรื่อยๆ เราก็จ้วงไปเรื่อยๆ แต่ขอชมคุณเชฟนะว่าดูแลเราอย่างดีมาก แนะนำตลอด ว่าแต่ละอย่างเป็นยังไง ทำมาจากอะไร ^^ แต่ด้วยความจำที่ยิ่งกว่าปลาทอง2วิก็ลืมหมด.....

1. เป็นซอสที่ทำมาจากเนย จะมันๆหน่อยเอาไว้ทานคู่กับเบอร์ 2

2.มันคือปลาแซลมอนอบ(มั้ง ซักอย่าง) ภายนอกห่อด้วยแป้งแล้วยัดไส้ผักขม

3.เนื้อแกะค่ะ.....ชีวิตนี้ได้ลองเนื้อแกะแย้ววว อร่อยกว่าที่คิด ยกนิ้วให้เลย ^^b

4.เป็นปลาพันธุ์หนึ่ง ชื่ออะไรหว่า...รู้สึกจะพันธุ์ Suzuki (ชื่อมันจะแปลกๆหน่อย พาลให้นึกถึงพวกยี่ห้อรถอะไรเทือกนั้น) ข้างบนโปะด้วยผักขมค่ะ

5.เป็นเนยน่อ ห่อด้วยแป้งซักอย่าง ข้างในก็เป็นผักขม(อีกแล้ว อะไรนักหนากับผักขมหว่า- -;; )

6.Roasted beef เป็นอาหารอย่างเดียวที่จำชื่อได้.... ราดด้วยซอสเกรวี่ อร่อย~~

และแล้วก็มาถึงคำตอบของคำถามนี้ซะทีกับจานที่4.................นั่นก็คือสิ่งนี้!!!!!!!!!

Foi Grasค่ะ!!!! ตับห่านตับเป็ด ที่ว่ากันว่าราคาแพงมากมายมหาศาล พึ่งมีโอกาสกินครั้งนี้เอง

/me น้ำตาไหลพรากๆๆๆ

แป้งที่เห็นนั้น จากการได้คุยกับเชฟที่รู้จักคนหนึ่ง เขาบอกว่ามันคือ ลาวิโอรี่ เป็นเกี๊ยวฝรั่ง

ส่วนตับเป็ดจะถูกกว่าตับห่าน (ที่เห็นอยู่นี่รู้สึกจะเป็นตับเป็ดค่ะ ได้ยินเชฟที่นั่นพูดกัน) ส่วนเรื่องระดับคลอเรสเตอรอลนั้น.........สูงพอๆกันค่ะ!!!! (กรี๊ดดดดดด) แล้วก็จะนิยมทำเป็นเครื่องเคียงอาหารจำพวกเสต็ก ทานเปล่าๆนี่ไม่ค่อยอร่อย

และอีกอย่างที่ได้รับทราบมาก็คือ ตับของบ้านเราไม่มีคุณภาพจึงต้องสั่งซื้อจากฝรั่งเศส ซึ่งฟังแล้วก็ขนลุกอยู่ไม่น้อยเลย ว่าจะได้มีโอกาสมาทานของแพงขนาดนี้ ถึงจะเป็นเศษเสี้ยวเล็กๆก็เถอะ(ซึ่งก็ขอเบิ้ลไปอีก1 ไม่รู้คนทำจะคิดยังไง ก็มันอร่อยง่ะ ทานแล้วเหมือนจะละลายในปาก จริงๆนะ)

ไส้ในไม่ทราบว่าทำจากอะไร หวานๆเปรี้ยวๆ เห็นป้ายบอกว่าเป็นคาราเมล ก็ยังมึนๆอยู่คาราเมลนี่มีรสเปรี้ยวด้วยเรอะ

ขออภัยที่รูปไม่ชัด พยายามอย่างเต็มที่แล้ว งื้ดดด

จบเรื่องตับๆไปแล้วก็มาจานต่อไป....(คนหรือนี่?? = ='')

จานที่ 5 กับอาหารสามัญประจำบ้าน ก๋วยเตี๋ยวเป็ด :3 (แต่ระดับโรงแรม)

ที่ถ่ายมานี่คือสะดุดตรงชามค่ะ ชามหิน หนักมากกกกก ตอนปรุงนี่คุณเชฟคนที่แนะนำเราเรื่องอาหารบอกใหญ่เลยว่าชิมให้แน่ใจก่อนนะ จะได้ไม่ต้องแบกมาปรุงเพิ่ม (แถมตอนจะปรุงนี่เกือบใส่ซีอิ๊วแทนน้ำปลาซะแล้ว ดีว่าเชฟยั้งไว้ก่อน = ='' )

ก้นชาม พยายามถ่ายหายี่ห้อชาม แต่ก็ถ่ายไม่ติดซักที เป็นชามของ Royal Lacewood

จานที่ 6......กระเพาะ4มิติจริงเฟ้ยชั้น!!

พวกซูชิ ข้าวปั้นที่เห็นตามร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป (แต่ก็ยังไปคว้ามาอีกนะ) ปริมาณเริ่มน้อยลงละ เริ่มอิ่ม....*_*

จานที่ 7 ก็เป็น foi grasอีกแหละ ของแบบนี้ต้องขอ 2 (ไม่มีรูปเพราะมันก็หน้าตาเหมือนๆกัน)

จานที่ 8 เริ่มเป็นของหวานคะ หลังจากที่เป็นของคาวมาหลายจานแล้ว

1.เป็นทาร์ตผลไม้ของโปรด~

2.Lemon Citrus ก้อนกลมๆรีๆลายขวางเป็นแป้งคะ ทานแล้วเหมือนแป้งโดนัทเลย จานนี้เปรี้ยวๆตามชื่อ

3. Opera cake หยิบมาตอนแรกนึกว่าเป็น Toffi cake แต่เลเยอร์ชั้นบนมันไม่ใช่น่ะ กินแล้วมันหนุบๆ

จานที่ 9

Strawberry Yogurt Delight อย่างชอบเลยล่ะ ข้างบนแปะสตรอเบอร์รี่แล้วข้างใต้ครีมก็มีสตรอเบอร์รี่อีก (ถึงจะผ่าเป็นซีกๆก็เถอะ) หมดด้วยเวลาอันรวดเร็ว เพราะปริมาณน้อยเหลือเกิน

จานที่ 10 จานสุดท้ายแล้ว!!!

ผลไม้น่อ เอามาล้างปากสารพัดอย่างที่ทานลงไป ^^'' ติดใจแตงโมมาก เหลือแดง~

สีเหลืองแดง นี่หรือคือธรรมศาสตร์~~ (เกิดอารมณ์รักสถาบันขึ้นมาเลยขอซะหน่อย :D )

แล้วก็ปิดท้ายด้วยรูปที่โซนตักอาหารบางส่วน (ถ่ายตอนอิ่มแล้ว จะลุกไม่ขึ้นอยู่แล้วตอนนั้น หนักพุง~)

พออิ่มอืดจนลุกไม่ขึ้นก็กลับบ้าน ว่าจะกลับเอง แต่เกิดอาการหนักพุงขึ้นมา เกรงว่าจะตายกลางทางเลยเรียกร้องตัวช่วยคือท่านแม่ที่รัก แม่จ๋า~~ มารับหนูหน่อย หนักพุงง่า เดินไม่ไหว ToT แต่มันก็ดึกด้วยแหละ ตอนนั้นเป็นเวลา3ทุ่มครึ่ง (นั่งแช่ตั้งกะ6โมงครึ่ง) ถ้ารอShuttle Busนี่....มันมืดแล้ว ไม่ปลอดภัยเท่าไหร่ เลยหาคนมารับดีกว่า :D

หวังว่าที่หม่ำๆไปนี่มันคงจะคุ้มค่ากับราคาพันนึงนะ (อยากเห็นราคาของแต่ละอย่างที่กินไปจัง)


ยาวไปหน่อย....(พูดเหมือนปกติไม่ยาวเลยหนิ) แถมเป็นเรื่องของกินอีกแล้ว หมู่นี้รู้สึกว่าชีวิตตัวเองจะหลีกหนีไม่พ้นเรื่องของกินเลยแฮะ ทำไมกันหนอ???? ถ้าเบื่อๆประมาณว่าของกินอีกแล้ว ก็ขออภัยน่อ >_<''

ต้องขอบอกก่อนว่า.....ปกติไม่ขยันอัพBlog 2วันติดกันหรอกนะ แต่มีบางอย่างที่หดหู่และเกี่ยวข้องกับ Entryที่แล้วเสียด้วย!!!!!!!!!

ด้วยความตะกละอันแรงกล้า อยากกินเค้กร้าน Saffronสุดๆ เค้กชิ้นใหญ่ๆ ราคาประมาณ70-80บาท สาวถึกทั้ง2จึงเดินไปร้านดังกล่าวอีกรอบ ด้วยความคิดที่ว่า

"คราวนี้ได้กินแน่ๆ"

หลังจากที่ฝ่ามรสุมมากมายก็มาถึงซะที

.

.

.

.

.

แต่.....ไม่ทราบว่าเวรกรรมจากปางใดทำให้อดกินเป็นรอบที่ 2 แถมไม่รู้สาเหตุด้วย!!!!!!!!!

เพราะจากสภาพหน้าร้าน ปิดและไม่มีป้ายประกาศว่าจะเปิดวันไหน พวกเราจึงได้แต่คาดเดาอย่างมั่วๆว่าปิดหยุดยาวมั้ง

แล้วเอาไงต่อ?????

จะย้อนกลับเหรอ???

แต่จากสภาพของเพื่อนที่บ่งบอกว่าอยากเข้าห้องน้ำจะแย่ตั้งแต่เดินมาที่ถนนพระอาทิตย์แล้ว ถ้ากลับไปคงไม่ไหว เลยเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ร้านบ้านพระอาทิตย์ หรือ Coffe & More กัน เพราะที่นั่นต้องมีห้องน้ำแน่ๆ!!!!

ไปถึงสั่งอาหารเรียบร้อย จัดการธุระที่ต้องทำเรียบร้อย ก็สั่งของหวานกัน

สั่งโดยที่ไม่รู้ราคา แถมลืมถามด้วย

มูสราสเบอร์รี่ชิ้นประมาณกล่องสบู่ 1ชิ้น ส่วนเพื่อนสั่งเค้ก....ซักอย่างเค้กคาราเมลมั้งชิ้นประมาณกล่องสบู่ตัดตามแนวแทยง 1ชิ้น

กินๆไป ว่าจะสั่งต่ออีกชิ้น เหินห่างขนมจำพวกเค้กมานานแต่กินไปซักพักก็เริ่มนึกได้ว่ากระเป๋าตังค์นับวันเริ่มบางลง...บางลง....เลยไม่เอา เรียกคิดเงินดีกว่า

แล้วบิลก็มา..............ดูๆราคา แล้วก็ชะงัก

มูสราสเบอร์รี่ 90บาท เค้กของเพื่อน 80บาท

......................................อึ้งไปประมาณ30วิ..............................

ชิ้นเล็กเท่ากล่องสบู่ราคา90บาท!!!!!!!!!!!

ดีนะ ไม่สั่งต่อ NO MORE พอเลย ไม่งั้นกระเป๋าตังค์ฟีบแน่อาทิตย์นี้

ว่าแล้วก็ขอย้ำอีกที

อยากกินเค้กร้านSaffron~~~~~

เมื่อไหร่มันจะเปิด~~~~~

ไม่อยากมาเสียเที่ยวง่าา~~~~~


แถมท้าย

ระหว่างทางกลับมหา'ลัย

เพื่อน : เฮ้ย ร้านSaffron ปิดหนีแกป่าววะ???

ข้าพเจ้า : จะบ้าเรอะ~~ มันไม่ได้เปิดบุฟนะเฟ้ย ถึงจะไปถล่มได้น่ะ~~