ใครที่เข้ามาเพราะคิดว่าจะพูดถึงพิพิธภัณฑ์สยามที่พึ่งเปิดไป(เมื่อเดือนเมษา)ว่ามีอะไรน่าดูน่าชมบ้างละก็......ขอเชิญเข้าที่ Blogนี้ ไม่ก็ Blogนี้ จะดีกว่านะ อ่านไปจะได้ไม่ตามมาตบตีเจ้าของบลอคทีหลังเพราะทำให้ผิดหวัง
เอาละ ว่าแล้วก็มาเข้าเรื่องที่ก่อให้เกิดเอ็นทรีนี้ดีกว่า.........
เมื่อวันเสาร์ที่24พฤษภาที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสไปแวะที่นี่ก่อนที่จะเก็บเงินค่าเข้า ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าจะเก็บเงินค่าเข้าเดือนกรกฎาคม และจะพยายามไม่เก็บจากคนไทย จริงๆเราว่าเก็บไปก็ไม่เป็นไรนะ จะได้เอาเงินไปซ่อมแซมบางอย่างที่มันพังไป
ในขณะที่กำลังเดินดูนู่นดูนี่อยู่ก็มีเจ้าหน้าที่มาประชาสัมพันธ์ว่าตอนบ่ายโมงจะมีแสดงเจ้าขุนทอง ไอ้เราฟังแล้วก็หูผึ่งสิ เกิดมาตั้งแต่ดูเจ้าขุนทองครั้งแรกที่ยังฉาย7โมงเช้าวันธรรมดาทางช่องเจ็ดสีทีวีเพื่อคุณจนตอนนี้ฉายตอนไหนแล้วก็ไม่รู้ (อย่าเดาอายุเจ้าของบลอค เดามากกว่าความเป็นจริงมีเชือดทิ้ง) จะได้เห็นเจ้าขุนทองและผองเพื่อนตัวจริงก็วันนี้ละเว้ยยย เลยเดินๆรอเวลาแล้วก็ไปดู....ลัน ลัน ล้า
ไปถึงมีคนดูกันโหรงเหรงแฮะ แถมเด็กซะส่วนใหญ่ (เด็กสมัยนี้รู้จักเจ้าขุนทองด้วยรึ นึกว่ารู้จัแต่โปเกมอน โคนัน บลาๆๆๆซะอีก....)
ขอนลอยออกมาเสนอหน้าก่อนใครเพื่อน
เห็นหุ่นมือฉงนไหม อยากได้จังเลย....
พูดถึงฉงน ฉงนก็มา
พี่ฉงนกับน้องฉงาย
แล้วการแสดงก็ดำเนินต่อไปจนจบ ถ้าจำไม่ผิดจะมีทุกเสาร์ตอนบ่ายๆนะ ถ้าสนใจก็ไปดูได้ เผื่ออยากมีใครระลึกความหลังแต่กาลก่อน :D
ก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อไปเรื่องอื่น ก็ขอพูดเรื่องนี้ซะหน่อย
ระหว่างเดินทาง(ที่อ้อมโลกสุดๆเพราะกะระยะทางผิด)จากท่าช้างเลียบกำแพงวัดพระแก้ว+วัดโพธิ์ ก็มีคนมาทักเช่น.....
"วัดโพธิ์???? This way, this way "
"วัดพระแก้ว??? that way, that way....."
เจอมา2รอบ ฟังแล้วก็...............หน้าไทยจ๋าเยี่ยงนี้ คนพูดใช้อะไรมองเนี่ยถึงพ่นปะกิดใส่เฉยเลย ดีนะไม่มีอีกคนไม่งั้นจะพ่นรัสเซียตอบกลับซะ - -'' หรือทางนี้มันห้ามคนไทยเดินหว่า คนไทยเดินมันผิดมากใช่มั้ยเนี่ย????
ว่าแล้วก็มาแปะเรื่องอื่นอีกซัก2เรื่อง เป็นการประหยัดEntryไม่ให้มีมากเกินไป (และจะได้ดองไปอีกระยะ.....)
ก่อนไปพิพิธภัณฑ์สยาม ก็ต้องหาอะไรกินเสียก่อน (กองทัพเดินด้วยท้องว่างั้นเถอะ)
ร้านเป้าหมายก็คือร้าน Brown ตรงท่าช้าง ตามคำบอกเล่าของผู้ที่มีนโยบายอันเหนียวแน่นว่าผลประโชยน์จากบุฟเฟ่ต์ต้องมาก่อน ว่ามีคาโบนาร่า ก็เลยไปลอง
เมนู แอบเบลอ....
บรรยากาศในร้าน เหมาะแก่การมานั่งอู้ซะจริงๆ
มีให้ชมวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย
มาแล้ว คาโบนารา!!!!!!!!!!
แห้งๆไปหน่อย
ลองกินแล้วก็ไม่ค่อยหนักชีสเท่าไหร่ ซึ่งผิดกับร้านAqau Lunarซึ่งชีสพูนมาก คนที่อยากกินคาโบนาราแต่ไม่ชอบเลี่ยนๆคงเลือกมากินร้านนี้ (แต่แพงไปหน่อย แถมปริมาณน้อยกว่า)
แห้งๆแบบนี้ถ้ากินแล้วยังเลี่ยนอีกก็มีพริกไทยดำให้เติมได้ไม่อั้น(รึเปล่า ที่แน่ๆคือเราป่นไปเรื่อยๆ รู้ตัวอีกที พริกไทยดำที่ป่นแล้วกระจายอยู่ทั่วเป็นปริมาณที่เยอะพอๆกับชีสที่เห็น ก็คนมันชอบน่ะ...)
กีวี่ปั่น 45บาท
สปาเก็ตตี้ปลาเค็มของผู้ที่มาด้วย
เครื่องปรุง
แล้วก็มาถึงของหวาน วาฟเฟิลเนย ไม่มีน้ำเชื่อมนะ
ให้ความรู้สึกเหมือนกินขนมปังทาเนย
ทางเข้าหน้าร้าน มีป้ายห้ามถ่าย แต่(เดาเอาเองว่า)คงยกเลิกไปแล้ว เพราะมีป้ายปิดทับ
บริเวณหน้าร้าน
อยู่ตรงท่าช้าง จริงๆนะเออ
แล้วก็ในอาทิตย์เดียวกัน ขอย้อนกลับไปหน่อยเรื่องมันเริ่มต้นจากเราได้เมลล์จากเพื่อนชวนไปกินเค้กที่ร้านแห่งหนึ่งแถวสาทร ด้วยความเป็นเพื่อนที่แสนดีเลยชิงตัดหน้าไปทานกับเพื่อนกลุ่มอื่นก่อนเมื่อวันอังคารที่20พฤษภา =3=
ร้านนั้นก็คือร้าน Secret Garden ลงมาจากBTSช่องนนทรีออกทางออกหมายเลข1 เดินข้ามสะพานลอยที่เป็นสี่เหลี่ยมตรงมาเรื่อยๆ แล้วเลี้ยวซ้าย ตรงไปเรื่อยๆก็จะเจอร้านนี้
สาเหตุที่ไปร้านนี้เพราะอยากลองเครปเค้ก เนื่องจากเคยลองอยู่ร้านเดียวคือ มุมเครป ตรงเอกมัยซอย10 พอรู้ว่ามีร้านอื่นที่มีเครปเค้กก็เลยไปลอง
อันแรกของพี่ที่มาด้วย แล้วเขากินไปแล้วครึ่งชิ้น
เครปเค้กมอคค่า ของเราเอง ร้านนี้มีเครปเค้กหลายแบบล่ะ
ตู้แสดงของหวาน อยากลองให้หมดจัง แต่ได้แค่คิด เพราะทั้งเนื้อทั้งตัวมีอยู่200
เค้กชิ้นนึงก็ปาเข้าไปจะ100อยู่แล้ว เบิ้ลอีกชิ้นอาจจต้องเดินกลับบ้าน.....ม่ายอาววว
====================
แล้วก็มาเฉลยคำตอบจาก Entryที่แล้ว ดีกว่า ว่ารูปสัตว์ประหลาดที่เราละเลงบนโอโคอันสุดท้ายคืออะไร คำตอบก็คือ เราละเลงเป็นมนุษย์หัวแดงลิ้นยาวแถมติงต๊องที่มีชื่อว่า "เรโน" นั่นเอง คนที่ดูออกในแวบเดียวนี่เก่งมากๆ เละซะขนาดนั้น :D
แปะๆ งานเมื่อ....หลายปีมาแล้ว ใครเอาไปลงสีให้จะขอบคุณมาก เป็นโรคแพ้การลงสี เอิ๊ก......ติชมได้ตามสบายน่อ
ลิงกินแฮมเบอร์เกอร์(ช่วยดูให้เป็นแฮมเบอร์เกอร์หน่อย) เคยเห็นไหม??
/me วิ่งหนีแฟนคลับเรโน